Header

เจ็บป่วยฉุกเฉิน ใช้สิทธิ UCEP ได้ทันที รักษาโรงพยาบาลใกล้ที่สุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รู้แบบนี้ ใช้สิทธิ UCEP ได้ทันที เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต รักษาโรงพยาบาลใกล้ที่สุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รู้แบบนี้ ใช้สิทธิ UCEP ได้ทันที เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต

เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ทุกนาทีมีความสำคัญ ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินและรักษาอย่างรวดเร็ว ณ โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิการรักษาในช่วงเวลาสำคัญ

UCEP คืออะไร?

UCEP หรือ Universal Coverage for Emergency Patients คือสิทธิสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินวิกฤต สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุดได้ตามความจำเป็น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด จนพ้นภาวะวิกฤต หรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิ UCEP จะต้องผ่านการประเมินและคัดแยกระดับความฉุกเฉินโดยโรงพยาบาลก่อน หากอาการเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต ผู้ป่วยจึงจะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ

สิทธิ UCEP คืออะไร?

สิทธิ UCEP เป็นสิทธิที่ช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ทันที ไม่ว่าจะใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพประเภทใด โดยโรงพยาบาลจะประเมินอาการและตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบประสานความคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต

หากได้รับการประเมินว่าเข้าเกณฑ์ ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาตามสิทธิ UCEP จนพ้นภาวะวิกฤต หรือภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะมีการประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

อินโฟกราฟิกอธิบายสิทธิ UCEP สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต พร้อม 6 อาการอันตรายและ 5 ขั้นตอนการใช้สิทธิรักษาที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุด

6 อาการฉุกเฉินวิกฤตที่ควรรีบไปโรงพยาบาล

หากผู้ป่วยมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือแจ้งหน่วยบริการฉุกเฉินทันที

  1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว หรือไม่หายใจ

    ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการเรียกหรือกระตุ้น ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ หรือหยุดหายใจ ถือเป็นภาวะอันตรายที่ต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

  2. หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หรือหายใจติดขัด

    มีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อยมาก หายใจมีเสียงดัง หรือรู้สึกว่าอากาศไม่เพียงพอ อาจเป็นสัญญาณของภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น โรคหัวใจ หรือโรคปอดที่รุนแรง

  3. ซึมลง เหงื่อแตก หรือตัวเย็น

    ผู้ป่วยมีอาการซึมผิดปกติ เหงื่อออกมาก ตัวเย็น ซีด หรืออ่อนแรง อาจสัมพันธ์กับภาวะช็อก การเสียเลือด หรือระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

  4. เจ็บหน้าอกเฉียบพลันและรุนแรง

    อาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร้าวไปที่แขน กราม หลัง หรือมีเหงื่อออก หายใจไม่สะดวก อาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

  5. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือชักต่อเนื่อง

    อาการหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด มองเห็นผิดปกติ หรือชักต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองหรือความผิดปกติทางระบบประสาทที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน

  6. อาการอื่นที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

    รวมถึงอาการรุนแรงที่ส่งผลต่อการหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต หรือระบบสมอง เช่น อุบัติเหตุรุนแรง เสียเลือดมาก ภาวะแพ้รุนแรง หรือภาวะอื่นที่แพทย์ประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงต่อชีวิต

5 ขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP

เมื่อเกิดภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต สามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  1. ขั้นตอนที่ 1 ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

    ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตควรเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางกลับไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิเดิม เพราะการรักษาที่รวดเร็วอาจช่วยลดความรุนแรง ความพิการ และความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

  2. ขั้นตอนที่ 2 โรงพยาบาลประเมินอาการ

    เมื่อถึงโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์จะประเมินอาการและคัดแยกระดับความฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาว่าผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤตตามหลักเกณฑ์ UCEP หรือไม่

  3. ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

    โรงพยาบาลจะประสานศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต เพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วย ความถูกต้องของสิทธิ และเงื่อนไขความคุ้มครอง

  4. ขั้นตอนที่ 4 รับการรักษาตามสิทธิ UCEP

    หากผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต จะได้รับการรักษาตามสิทธิ UCEP ทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไข จนพ้นภาวะวิกฤต หรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง

  5. ขั้นตอนที่ 5 ประสานส่งต่อเมื่อพ้นภาวะวิกฤต

    เมื่ออาการพ้นภาวะวิกฤต โรงพยาบาลจะประสานส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับการรักษาต่อเนื่อง หากผู้ป่วยหรือญาติมีความประสงค์จะรักษาต่อที่โรงพยาบาลเดิม อาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกิดขึ้นเองตามเงื่อนไขของโรงพยาบาลและสิทธิการรักษา

UCEP ครอบคลุมการรักษานานเท่าไร?

สิทธิ UCEP ให้ความคุ้มครองในช่วงที่ผู้ป่วยอยู่ในภาวะฉุกเฉินวิกฤต โดยครอบคลุมจนกว่าผู้ป่วยจะพ้นภาวะวิกฤต หรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ระยะเวลาความคุ้มครองไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนจะได้รับการรักษาฟรีครบ 72 ชั่วโมงเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินทางการแพทย์ หากแพทย์พิจารณาว่าผู้ป่วยพ้นภาวะวิกฤตแล้ว โรงพยาบาลจะดำเนินการประสานส่งต่อตามสิทธิ

หากไม่เข้าเกณฑ์ UCEP ต้องทำอย่างไร?

หากโรงพยาบาลประเมินแล้วว่าอาการไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต ผู้ป่วยสามารถรับการรักษาต่อได้โดยใช้สิทธิสุขภาพที่มีอยู่ หรือประสานไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ

ในกรณีที่เลือกเข้ารับการรักษาต่อ ณ โรงพยาบาลเดิม อาจมีค่าใช้จ่ายตามอัตราค่าบริการและเงื่อนไขของสิทธิ ผู้ป่วยหรือญาติควรสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ประสานสิทธิของโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิทธิ UCEP

ใช้สิทธิ UCEP ต้องสำรองจ่ายหรือไม่?

หากผู้ป่วยได้รับการประเมินว่าเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต จะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ UCEP โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไข จนพ้นภาวะวิกฤตหรือไม่เกิน 72 ชั่วโมง

สามารถใช้สิทธิ UCEP ได้ทุกโรงพยาบาลหรือไม่?

ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ โดยโรงพยาบาลจะเป็นผู้ประเมินว่าอาการเข้าเกณฑ์ UCEP หรือไม่

ใครเป็นผู้พิจารณาว่าเข้าเกณฑ์ UCEP?

แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจะประเมินอาการตามหลักเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน พร้อมประสานตรวจสอบข้อมูลกับศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต

หากครบ 72 ชั่วโมงแล้วยังต้องรักษาต่อ ทำอย่างไร?

โรงพยาบาลจะประสานส่งต่อไปยังสถานพยาบาลตามสิทธิ หากผู้ป่วยประสงค์รักษาต่อที่เดิม ควรสอบถามเรื่องสิทธิและค่าใช้จ่ายกับเจ้าหน้าที่ก่อน

ญาติควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

ควรเตรียมบัตรประชาชนหรือข้อมูลยืนยันตัวตนของผู้ป่วย รวมถึงข้อมูลสิทธิการรักษา ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ หากสามารถนำมาได้โดยไม่ทำให้การเดินทางไปโรงพยาบาลล่าช้า

จำให้ขึ้นใจ เมื่อฉุกเฉินให้รักษาชีวิตก่อน

เมื่อพบผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจ หอบเหนื่อยรุนแรง เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ชักต่อเนื่อง หรือมีอาการที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที

โรงพยาบาลพิษณุเวชพร้อมดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประเมินอาการ ประสานสิทธิ และให้การรักษาตามความเร่งด่วนทางการแพทย์

ศูนย์ฉุกเฉินและอุบัติเหตุ โรงพยาบาลพิษณุเวช

โทร. 055-241208 หรือ 1208 กด 3

หมายเหตุ: การได้รับสิทธิ UCEP ขึ้นอยู่กับการประเมินระดับความฉุกเฉินและหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ป่วยและญาติควรสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ประสานสิทธิของโรงพยาบาลในแต่ละกรณี



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์ฉุกเฉินและอุบัติเหตุ

สถานที่

เวลาทำการ

เบอร์ติดต่อ

055909000

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

‘ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน’ ภัยเงียบที่มาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) คือ ภาวะที่หัวใจทำงานผิดปกติ จนไม่มีการบีบตัวหรือหยุดเต้นทันที โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า

blank ดร.นพ.กิติกร วิชัยเรืองธรรม อายุรแพทย์โรคหัวใจ รพ. พิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
‘ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน’ ภัยเงียบที่มาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) คือ ภาวะที่หัวใจทำงานผิดปกติ จนไม่มีการบีบตัวหรือหยุดเต้นทันที โดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า

blank ดร.นพ.กิติกร วิชัยเรืองธรรม อายุรแพทย์โรคหัวใจ รพ. พิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
มะเร็ง 5 อันดับ ที่พบบ่อยในผู้หญิง

โรคมะเร็งที่พบในผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ของผู้หญิงไทย  ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก ซึ่งผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ ถ้ารู้จักการป้องกันโรคก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
มะเร็ง 5 อันดับ ที่พบบ่อยในผู้หญิง

โรคมะเร็งที่พบในผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ของผู้หญิงไทย  ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก ซึ่งผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ ถ้ารู้จักการป้องกันโรคก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การตรวจอุจจาระ

การตรวจอุจจาระ เป็นการตรวจที่ง่าย ขั้นตอนการตรวจไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง จึงสามารถให้บริการได้ตั้งแต่ในคลินิก, ในสถานพยาบาลขนาดเล็ก, ไปจนถึงในโรงพยาบาลทุกระดับ, นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการตรวจยังไม่แพง และสามารถช่วยวินิจฉัยโรคพื้นฐานในระบบทางเดินอาหารได้หลายโรค เช่น ภาวะ/อาการอาหารไม่ย่อย, โรคพยาธิต่างๆของระบบทางเดินอาหาร, และสามารถตรวจได้ในคนทุกเพศและทุกวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิด(นิยามคำว่าเด็ก)ไปจนถึงผู้สูงอายุ, ดังนั้นจึงเหมาะที่จะเป็นการตรวจสุขภาพพื้นฐานประจำปีของทุกๆคน

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การตรวจอุจจาระ

การตรวจอุจจาระ เป็นการตรวจที่ง่าย ขั้นตอนการตรวจไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง จึงสามารถให้บริการได้ตั้งแต่ในคลินิก, ในสถานพยาบาลขนาดเล็ก, ไปจนถึงในโรงพยาบาลทุกระดับ, นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการตรวจยังไม่แพง และสามารถช่วยวินิจฉัยโรคพื้นฐานในระบบทางเดินอาหารได้หลายโรค เช่น ภาวะ/อาการอาหารไม่ย่อย, โรคพยาธิต่างๆของระบบทางเดินอาหาร, และสามารถตรวจได้ในคนทุกเพศและทุกวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิด(นิยามคำว่าเด็ก)ไปจนถึงผู้สูงอายุ, ดังนั้นจึงเหมาะที่จะเป็นการตรวจสุขภาพพื้นฐานประจำปีของทุกๆคน

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม