Header

เคมีบำบัด (Chemotherapy)

เคมีบำบัด (Chemotherapy)

การรักษาด้วยเคมีบำบัด หมายถึง การให้ยาซึ่งมีฤทธิ์ทำลายหรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้าย บางครั้งอาจมีผลทำให้เซลล์ปกติของร่างกายถูกทำลาลายไปด้วย ส่งผลให้เกิดอาการข้างเดียง เช่น คลื่นเส้ อาเจียน ปากอักเสบ เบื่ออาหาร ภูมิต้านทานต่ำ ท้องเสีย ผมร่วง ซึ่งอาการเหล่านี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของยา สภาวะความแข็งแรงของร่างกาย รวมถึงความพร้อมทางด้านจิตใจของผู้ป่วย

เคมีบำบัดมีกี่แบบ ?

วิธีการให้เคมีบำบัด แบ่งเป็น 2 วิธี

  1. เคมีบำบัดชนิดรับประทาน
  2. เคมีบำบัดชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด

เคมีบำบัด ต้องใช้เวลารักษานานแค่ไหน ?

ระยะเวลาในการรักษาด้วยเคมีบำบัด

ระยะเวลาการรักษาด้วยเคมีบำบัดขึ้นอยู่กับชนิดของโรค ระยะของโรค และการตอบสนองต่อยา โดยเฉลี่ยใช้เวลา 1-5 วันต่อชุด ทุก 3-4 สัปดาห์ โดยเฉลี่ยจะรักษาด้วยเคมีบำบัด 6-8 ชุด (ท่านสามารถสอบถามแผนการรักษาจากแพทย์) และควรมาให้ยาเคมีบำบัดตามนัดทุกครั้ง เพื่อผลการรักษาที่ดี

ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องเข้ารับยาเคมีบำบัด ?

การเตรียมตัวก่อนได้รับยาเคมีบำบัด

  • ด้านร่างกาย

    • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ผัก ผลไม้
    • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และเพิ่มการนอนพักในตอนกลางวันอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อวัน
    • ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคที่ต้องรับประทานยาเป็นประจำ ต้องแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบ
  • ด้านจิตใจ

    • ควรทำอารมณ์ จิตใจ ให้พร้อมเข้ารับการรักษา
    • ลดความกลัว ความวิตกกังวล
    • มั่นใจในวิทยาการสมัยใหม่ ซึ่งสามารถลดอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
    • ถ้าท่านรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับโรค การรักษา การดูแลตนเอง ควรปรึกษาแพทย์และพยาบาล

ต้องดูแลตนเองอย่างไรเมื่อได้รับเคมีบำบัด ?

  • การดูแลตนเองขณะรับเคมีบำบัด

    • สังเกตผิวหนังบริเวณที่ฉีดยา ถ้ารู้สึกปวด บวม แดง หรือสงสัยมียารั่วซึมออกนอกหลอดเลือด ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
    • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยขับสารคมีที่อาจตกค้างในร่างกายออกทางปัสสาวะ
    • ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ให้แจ้งพยาบาลทันที เพื่อรับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

 

ได้รับเคมีบำบัดแล้วเกิดผลข้างเคียงต้องทำอย่างไร ?

  • การปฏิบัติตนเมื่อเกิดอาการข้างเคียงขณะและหลังรับยาเคมีบำบัด

    1. เบื่ออาหาร
    2. รับประทานอาหารที่ละน้อย ๆ แต่แบ่งเป็นหลาย ๆ มื้อ
    3. ดูแลความสะอาดของช่องปากและฟัน
    4. ควรออกกำลังกายเบา ๆ ก่อนมื้ออาหาร 5-10 นาที
  • ท้องเสีย

    1. งดอาหารประเภทหมักดอง
    2. รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย ไม่มีกาก
    3. ดื่มน้ำเกลือแร่เสริม
    4. ถ้าอาการไม่ทุเลา ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลทราบเพื่อดำเนินการแก้ไข
  • อ่อนเพลีย ภาวะซีด

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น แป้ง เนื้อสัตว์ นม ไข่ ผัก ผลไม้
  2. พักผ่อนให้เพียงพอ เพิ่มการนอนพักกลางวันละ 1-2 ชั่วโมง
  • เยื่อบุช่องปากอักเสบ

  1. รักษาความสะอาดในช่องปาก แปรงฟันด้วยแปรงสีฟันขนนุ่ม ๆ บ้วนปากด้วยน้ำหรือน้ำเกลือบ่อย ๆ และหลังรับประทานอาหาร
  2. รับประทานอาหารอ่อน และดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด รสจัด
  3. งดบุหรี่ เหล้า
  • ภูมิต้านทานต่ำ ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

  1. ดูแลรักษาความสะอาดทั่วไป
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชน เช่น โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า
  3. หลีกเลี่ยงกับการใกล้ชิดกับบุคคลที่เป็นโรคติดต่อ เช่น ไข้หวัด วันโรค
  4. รับประทานอาหารที่สุก สะอาด งดผักสด
  5. สังเกตการติดเชื้อ เช่น มีไข้สูง เจ็บคอ ปัสสาวะแสบขัด หากมีอาการให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลทราบ
  • ผมร่วง

เคมีบำบัดบางชนิดทำให้ผมร่วงหมดศีรษะ แนะนำให้ชื่อวิกผมมมาใส่ช่วงที่ได้รับยาเดมีบำบัด เมื่อจบการรักษาผมจะงอกขึ้นมาเป็นปกติ

โปรตระลึกไว้เสมอว่า อาการข้างเคียงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ ถ้าเกิดขึ้นจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหยุด การรักษาอาการต่างๆ ก็จะหายไป

การปฏิบัติตนเมื่อกลับบ้าน

  • ท่านควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปอีกประมาณ 1 เดือนเพื่อลดภาวะแทรกช้อนที่อาจเกิดขึ้น
  • กรณีมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียนมาก ท้องเสียรุนแรง มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกจากอวัยวะต่าง ๆ ก่อนถึงวันนัดครั้งต่อไป ให้ติดต่อเพื่อนัดพบแพทย์ก่อนวันนัดเดิม
  • กรณีไม่มีอาการผิดปกติควรมาตรวจสม่ำเสมอตามวันนัด

 

ข้อมูลอ้างอิง : American Cancer Society. Chemotherapy. Available from : https://www.cancer.org/cancer/managing-cancer/treatment-types/chemotherapy.html [Accessed September 2019].

 

คลิกขอคำปรึกษา



แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

การส่องกล้องตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อน

การส่องกล้องตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อน หรือ ERCP (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography) เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้กล้องเพื่อตรวจและรักษาปัญหาทางเดินน้ำดีและตับอ่อน เช่น นิ่วในท่อน้ำดี ภาวะตีบ หรือการอักเสบของท่อทางเดินน้ำดี การตรวจนี้สามารถช่วยรักษาปัญหาสุขภาพในระบบทางเดินน้ำดีได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

การส่องกล้องตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อน

การส่องกล้องตรวจทางเดินน้ำดีและตับอ่อน หรือ ERCP (Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography) เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้กล้องเพื่อตรวจและรักษาปัญหาทางเดินน้ำดีและตับอ่อน เช่น นิ่วในท่อน้ำดี ภาวะตีบ หรือการอักเสบของท่อทางเดินน้ำดี การตรวจนี้สามารถช่วยรักษาปัญหาสุขภาพในระบบทางเดินน้ำดีได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

มะเร็ง 5 อันดับ ที่พบบ่อยในผู้หญิง

โรคมะเร็งที่พบในผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ของผู้หญิงไทย  ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก ซึ่งผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ ถ้ารู้จักการป้องกันโรคก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
มะเร็ง 5 อันดับ ที่พบบ่อยในผู้หญิง

โรคมะเร็งที่พบในผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ของผู้หญิงไทย  ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก ซึ่งผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ ถ้ารู้จักการป้องกันโรคก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
มะเร็งเต้านม คืออะไร? อาการ การตรวจ และวิธีรักษาที่ผู้หญิงควรรู้

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิง เรียนรู้สาเหตุ อาการ ระยะโรค วิธีตรวจคัดกรอง และแนวทางรักษา เพื่อป้องกันและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น

ศิวาพร ผลดีนานา พญ. ศิวาพร ผลดีนานา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
มะเร็งเต้านม คืออะไร? อาการ การตรวจ และวิธีรักษาที่ผู้หญิงควรรู้

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิง เรียนรู้สาเหตุ อาการ ระยะโรค วิธีตรวจคัดกรอง และแนวทางรักษา เพื่อป้องกันและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น

ศิวาพร ผลดีนานา พญ. ศิวาพร ผลดีนานา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม