Header

แผนกจักษุ

คลินิกจักษุ | โรงพยาบาลพิษณุเวช

ให้บริการดูแลรักษาโรคเกี่ยวกับตา การตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ โดยทีมจักษุแพทย์ ให้การรักษาทางยาและการผ่าตัดจากจักษุแพทย์ที่มีประสบการณ์  รวมทั้งมีเครื่องมือเทคโนโลยีในการตรวจรักษาที่มีคุณภาพและทันสมัย

การบริการตรวจวินิจฉัย

  • วินิจฉัยความผิดปกติเกี่ยวกับตา
  • วัดระดับการมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์
  • วัดสายตา ความโค้งกระจกตา และความดันลูกตา
  • ตรวจจอประสาทตา
  • วัดลานสายตาตรวจต้อหินอย่างละเอียดถึงชั้นประสาทตา (CTVF)
  • การใช้กล้องถ่ายภาพจอประสาทตาชนิดไม่ขยายม่านตา
  • Packageผ่าตัดสลายต้อกระจกเลนส์ชนิดนิ่มพับได้แบบมองระยะไกลและระยะกลาง(Tecnis Eyhance)
  • ผ่าตัดกุ้งยิง

สถานที่

อาคาร 5 ชั้น 3

เวลาทำการ

08:00 - 17:00 น.

เบอร์ติดต่อ

055-90-9000

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

แพทย์แนะนำ

แผนกจักษุ

แผนกจักษุ

แผนกจักษุ

บทความที่เกี่ยวข้อง

07 กรกฎาคม 2567

ต้อหิน โรคร้ายคุกคามการมองเห็น

ต้อหิน คือ กลุ่มโรคที่มีการเสื่อมของเส้นประสาทตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นในบริเวณรอบนอกก่อน หากไม่ได้รับการรักษาอาจสูญเสียการมองเห็นแบบถาวรได้ในที่สุด

พญ.สุมาพร ตรีวัชรานนท์ พญ.สุมาพร ตรีวัชรานนท์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

07 กรกฎาคม 2567

ต้อหิน โรคร้ายคุกคามการมองเห็น

ต้อหิน คือ กลุ่มโรคที่มีการเสื่อมของเส้นประสาทตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นในบริเวณรอบนอกก่อน หากไม่ได้รับการรักษาอาจสูญเสียการมองเห็นแบบถาวรได้ในที่สุด

พญ.สุมาพร ตรีวัชรานนท์ พญ.สุมาพร ตรีวัชรานนท์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ต้อกระจก (Cataract)

ต้อกระจก คือ เลนส์แก้วตาหรือเลนส์ตามีความขุ่นเกิดขึ้น ทำให้แสงผ่านเข้าไปในตาไม่ได้ ส่งผลให้มีอาการตามัวลง แต่ไม่ปวด เวลาอยู่ในที่มืดจะมองเห็นได้ดีกว่าอยู่ในที่มีแสงสว่าง เลนส์ตาคนเราปกติแล้วจะใส แต่เมื่ออายุมากขึ้นความใสจะลดลงโดยเฉพาะอายุ 50 ปีขึ้นไป แรก ๆ เลนส์ตาจะเริ่มเป็นสีเหลืองใส เหลืองทึบมากขึ้น จนเป็นสีน้ำตาล แล้วเป็นสีขาวขุ่นทึบ เมื่อเลนส์ตาใสน้อยลง แสงก็เข้าตาได้น้อยลงไปด้วย ทำให้ตามองเห็นได้ลดลงเรื่อย ๆ จนถึงเหลือแค่มองเห็นแต่แสง โดยจะไม่มีอาการปวดตา นอกจากว่าถ้ามีต้อหินแทรกซ้อนในคนที่เป็นต้อกระจกมากจึงจะมีอาการปวดตาได้

ต้อกระจก (Cataract)

ต้อกระจก คือ เลนส์แก้วตาหรือเลนส์ตามีความขุ่นเกิดขึ้น ทำให้แสงผ่านเข้าไปในตาไม่ได้ ส่งผลให้มีอาการตามัวลง แต่ไม่ปวด เวลาอยู่ในที่มืดจะมองเห็นได้ดีกว่าอยู่ในที่มีแสงสว่าง เลนส์ตาคนเราปกติแล้วจะใส แต่เมื่ออายุมากขึ้นความใสจะลดลงโดยเฉพาะอายุ 50 ปีขึ้นไป แรก ๆ เลนส์ตาจะเริ่มเป็นสีเหลืองใส เหลืองทึบมากขึ้น จนเป็นสีน้ำตาล แล้วเป็นสีขาวขุ่นทึบ เมื่อเลนส์ตาใสน้อยลง แสงก็เข้าตาได้น้อยลงไปด้วย ทำให้ตามองเห็นได้ลดลงเรื่อย ๆ จนถึงเหลือแค่มองเห็นแต่แสง โดยจะไม่มีอาการปวดตา นอกจากว่าถ้ามีต้อหินแทรกซ้อนในคนที่เป็นต้อกระจกมากจึงจะมีอาการปวดตาได้