Header

แปลผลตรวจเลือด (ฉบับเข้าใจง่าย) พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ (อัปเดต 2026)

ธนิยะ วงศ์วาร นพ. ธนิยะ วงศ์วาร

ค่าผลเลือดบอกอะไร? เช็กค่า FBS, HbA1c, ไขมัน, ความดัน ครบ | โรงพยาบาลพิษณุเวช

ทำไม “ค่าผลเลือด” ถึงสำคัญกว่าที่คิด?

หลายคนตรวจสุขภาพประจำปีแล้วได้รับ “ใบผลตรวจสุขภาพ” กลับมา แต่กลับไม่เข้าใจว่าตัวเลขเหล่านั้นกำลังบอกอะไร

บทความนี้ โรงพยาบาลพิษณุเวช จะพาคุณเข้าใจ 7 ค่าหลักที่ควรรู้ ตัวเลขผลเลือดเปรียบเสมือน "ระบบเตือนภัยสุขภาพล่วงหน้า" เนื่องจากโรคเรื้อรังหลายชนิดมัก ไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น การตรวจเลือดจึงช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ดังนี้

  • โรคเบาหวาน : แม้คุณจะรู้สึกปกติ แต่ค่า FBS (น้ำตาลในเลือด) ที่อยู่ระหว่าง 100–125 mg/dL คือสัญญาณเตือนภาวะเริ่มเสี่ยง นอกจากนี้ค่า HbA1c (น้ำตาลสะสม 3 เดือน) ยังช่วยบอกภาพรวมการคุมอาหารในระยะยาวได้แม่นยำกว่าการตรวจน้ำตาลรายวัน ซึ่งช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับหลอดเลือด ดวงตา และระบบประสาท,
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด : ค่าไขมันเลว (LDL) และ Triglyceride ที่สูงเกินเกณฑ์ คือตัวการสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดตีบและหัวใจขาดเลือด โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัวจนกว่าจะมีอาการรุนแรง,
  • ความดันโลหิตสูง: ถูกขนานนามว่าเป็น "ฆาตกรเงียบ" เพราะมักทำลายหลอดเลือดไปเรื่อยๆ โดยไม่มีอาการเตือน จนกว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • โรคไตเรื้อรัง : ในระยะแรกของโรคไตจะ "ไม่มีอาการ" เลย แต่ค่า Creatinine และ eGFR จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าไตเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพลงหรือไม่ หากค่า eGFR ต่ำกว่า 60 อาจหมายถึงการเข้าสู่ภาวะโรคไตเรื้อรัง
  • โรคตับ : ค่าเอนไซม์ตับ (AST / ALT) ที่สูงกว่าปกติ ช่วยเตือนภัยเงียบจากภาวะไขมันพอกตับ หรือการอักเสบจากการดื่มแอลกอฮอล์และยา,
  • โรคเก๊าท์และนิ่วในไต : การตรวจค่า กรดยูริก (Uric Acid) ช่วยระบุความเสี่ยงก่อนที่จะเกิดอาการข้ออักเสบรุนแรงหรือนิ่วในไต

ซึ่งในระยะแรก “มักไม่มีอาการ”

 

วิธีอ่านผลตรวจเลือดเบื้องต้น ค่าไหนบอกอะไรบ้าง?

1. น้ำตาลในเลือด (FBS)

ตัวชี้วัดความเสี่ยงเบาหวาน ค่าเกณฑ์

  • ปกติ: < 100 mg/dL
  • เริ่มเสี่ยง (Pre-diabetes): 100–125 mg/dL
  • เบาหวาน: ≥ 126 mg/dL

⚠️ ความเสี่ยง

หากน้ำตาลสูงเรื้อรัง จะส่งผลต่อ หลอดเลือด, ดวงตา, ไต, ระบบประสาท, หัวใจ และการติดเชื้อ

 

2. HbA1c (น้ำตาลสะสม 3 เดือน)

บอกภาพรวมระดับน้ำตาลระยะยาว ค่าเกณฑ์

  • ปกติ: < 6.5%
  • เสี่ยง: 6.5–7.5%
  • เบาหวาน: ≥ 7.5%

⚠️ จุดสำคัญ

บางคน “น้ำตาลปกติ” แต่ HbA1c สูง → แปลว่าคุมอาหารไม่ดีในระยะยาว

ตารางแปลผลตรวจเลือด CBC และระดับน้ำตาล

ตัวย่อ ชื่อรายการตรวจ ค่าปกติ (Reference Range) ความหมายเบื้องต้น
Hb Hemoglobin ชาย: 13-17.5 | หญิง: 12-15.5 g/dL เช็กภาวะโลหิตจาง และการนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย
WBC White Blood Cell Count 4,500 - 10,000 cells/mcL ระดับเม็ดเลือดขาว หากสูงอาจบ่งบอกการติดเชื้อหรืออักเสบ
Platelet Platelet Count 150,000 - 450,000 cells/mcL เกล็ดเลือด ช่วยเรื่องการแข็งตัวของเลือด
FBS Fasting Blood Sugar 70 - 99 mg/dL ระดับน้ำตาลในเลือดหลังงดอาหาร (คัดกรองเบาหวาน)

 

3. ไขมันในเลือด (Lipid Profile)

ตัวการสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด

🔴 LDL (ไขมันเลว)

  • ดี: < 100 mg/dL
  • อันตราย: ≥ 100 mg/dL

🟢 HDL (ไขมันดี)

  • ชาย: > 40 mg/dL
  • หญิง: > 50 mg/dL

🟡 Triglyceride (ไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ - บอกความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน)

  • ปกติ: < 150 mg/dL
  • เสี่ยง: ≥ 200 mg/dL
  • อันตรายมาก: ≥ 500 mg/dL

🚨 ผลกระทบ

หลอดเลือดตีบ , หัวใจขาดเลือด และ เส้นเลือดสมองตีบ

ตารางแปลผลระดับไขมันในเลือด (Lipid Profile)

ตัวย่อ ชนิดไขมัน เกณฑ์ที่เหมาะสม ความเสี่ยงสุขภาพ
LDL ไขมันเลว น้อยกว่า 100 mg/dL หากสูงเกินไปจะเกาะผนังหลอดเลือด เสี่ยงโรคหัวใจ
HDL ไขมันดี มากกว่า 40-60 mg/dL ยิ่งสูงยิ่งดี ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจ
TG ไตรกลีเซอไรด์ น้อยกว่า 150 mg/dL เป็นไขมันสะสมจากการกินแป้งและน้ำตาลมากเกินไป

 

4. ความดันโลหิต

ค่าความดันโลหิตประกอบด้วย 2 ค่าหลัก คือ

Systolic (ตัวบน) คือแรงดันขณะหัวใจบีบตัว ค่าเกณฑ์

  • ปกติ: < 120 mmHg
  • เริ่มสูง: 130–139 mmHg
  • ความดันสูง: ≥ 140 mmHg

Diastolic (ตัวล่าง) คือแรงดันขณะหัวใจคลายตัว ค่าเกณฑ์

  • ควรอยู่ระหว่าง : 60-80 mmHg

ความดันสูง = “ฆาตกรเงียบ” ทำลายหลอดเลือดโดยไม่รู้ตัว

ค่าความดันตัวบนกับตัวล่าง ต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบค่าความดันตัวบน (Systolic) และตัวล่าง (Diastolic)

จุดเปรียบเทียบ Systolic (ตัวบน) Diastolic (ตัวล่าง)
จังหวะการทำงาน หัวใจบีบตัวส่งเลือด หัวใจคลายตัวรับเลือด
ลักษณะแรงดัน แรงดันสูงสุดในหลอดเลือด แรงดันต่ำสุดในหลอดเลือด
ค่าปกติ ไม่ควรเกิน 120 mmHg ไม่ควรเกิน 80 mmHg
หากค่าสูงเกินไป เสี่ยงหลอดเลือดสมองแตก/ตีบ เสี่ยงหัวใจทำงานหนักเกินไปจนโต

5. การทำงานของไต (Creatinine / eGFR)

Creatinine

  • ปกติ: 0.6–1.17 mg/dL
  • สูง = ไตเริ่มเสื่อม

eGFR

  • ปกติ: ≥ 90
  • เสี่ยง: 60–89
  • อันตราย: < 60

⚠️ จุดสำคัญ

โรคไตระยะแรก “ไม่มีอาการ”

 

6. ค่าตับ (AST / ALT)

บอกภาวะตับอักเสบหรือความเสียหายของตับ ค่าเกณฑ์

  • ปกติ: 0–40 U/L
  • สูง: > 40 U/L

⚠️ สาเหตุ

ไขมันพอกตับ , แอลกอฮอล์ , ยา

 

7. กรดยูริก (Uric Acid)

ค่าเกณฑ์

  • ผู้ชาย: 3.4–7.0 mg/dL
  • ผู้หญิง: 2.5–6.0 mg/dL

⚠️ ความเสี่ยง

โรคเก๊าท์, ข้ออักเสบ, นิ่วในไต

การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลพิษณุเวช

สรุป : รู้ค่าผลเลือด = สัญญาณเตือนล่วงหน้า

จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นว่า “ค่าผลเลือดไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข” แต่เป็น ระบบเตือนภัยสุขภาพล่วงหน้า

"รู้เร็ว = ป้องกันได้   รู้ช้า = รักษายาก"

 

ข้อควรระวังและการเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ

  1. การงดอาหารและน้ำ: งดน้ำและอาหารหลังเวลา 20:00 น. (อย่างน้อย 10-12 ชั่วโมง) ก่อนวันตรวจ
  2. อาหารที่ควรงด (2 วันก่อนเจาะเลือด): งดเนื้อวัว, หมู, ไก่, เป็ด, เลือดสัตว์, เครื่องในสัตว์ รวมถึงอาหารที่มีไขมันสูง, มะเขือเทศ, แครอท และวิตามินซี
  3. ยาและแอลกอฮอล์ (7 วันก่อนเก็บอุจจาระ): หลีกเลี่ยงยาแอสไพริน กลุ่มสเตอรอยด์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  4. การพักผ่อน: ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมง
  5. สำหรับคุณสุภาพสตรี
  • ช่วงมีประจำเดือน: ควรให้ประจำเดือนหมดสนิทอย่างน้อย 5-7 วัน จึงจะตรวจสุขภาพได้
  • การตรวจมะเร็งปากมดลูก: อายุ 35 ปีขึ้นไป หรือเคยมีเพศสัมพันธ์ ควรตรวจปีละ 1 ครั้ง (หลังหมดประจำเดือนอย่างน้อย 1 สัปดาห์)
  • การตรวจเต้านม:
    • อายุ 20 ปีขึ้นไป: ควรตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน
    • อายุ 35 ปีขึ้นไป (ที่ไม่มีความเสี่ยง): ควรตรวจโดยแพทย์และทำเอกซเรย์เต้านม (Mammogram)

⚠️ ข้อควรทราบก่อนตรวจสุขภาพ

ควรตรวจสุขภาพในขณะที่ร่างกายอยู่ในสภาวะปกติ หากท่านมีปัญหาสุขภาพ มีอาการเจ็บป่วย หรือมีความผิดปกติใดๆ อยู่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำก่อนเข้ารับการตรวจ

คำแนะนำจาก : นพ.ธนิยะ วงศ์วาร แพทย์เวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์ โรงพยาบาลพิษณุเวช

 

คำถามที่พบบ่อย

Q : เกณฑ์การตรวจเบาหวาน (FBS) ของโรงพยาบาลพิษณุเวชคือเท่าไหร่?
A : หากค่า FBS ≥ 126 mg/dL ถือว่าเข้าเกณฑ์โรคเบาหวาน ควรตรวจยืนยันและพบแพทย์ทันที

 

Q : HbA1c สำคัญกว่าค่าน้ำตาลปกติไหม?
A : สำคัญมาก เพราะสะท้อนน้ำตาลเฉลี่ยย้อนหลัง 2–3 เดือน แม่นยำกว่าการตรวจครั้งเดียว

 

Q : ไขมัน LDL สูง อันตรายอย่างไร?
A : เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดตีบ หัวใจขาดเลือด และ Stroke

 

Q : eGFR ต่ำ แปลว่าอะไร?
A : หมายถึงไตทำงานลดลง หากต่ำกว่า 60 อาจเข้าสู่โรคไตเรื้อรัง

 

Q : ค่า ALT สูง ต้องกังวลไหม?
A : ควรตรวจซ้ำและหาสาเหตุ เช่น ไขมันพอกตับ หรือการดื่มแอลกอฮอล์

 

Q : กรดยูริกสูง ต้องงดอะไร?
A : ควรหลีกเลี่ยง , เครื่องในสัตว์ , อาหารทะเล , แอลกอฮอล์

 

Q : ตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหนดี?
A : แนะนำตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากมีโรคประจำตัว



แพทย์ประจำศูนย์
นพ. ชลภัฎ จาตุรงคกุล

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

นพ. อเนชา พูลสวัสดิ์

ศัลยแพทย์ประสาท

นพ. กฤษฎา สุกหา

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Fibro Scan ตรวจพังผืดตับแบบไม่ต้องเจาะ รู้ผลเร็ว เจ็บน้อย

"ตับ" เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญ อาทิ ย่อยอาหารประเภทไขมัน ขจัดสารพิษ ทำลายเชื้อโรค ถ้าเราไม่ใช้งานตับมากเกินไป ตับก็จะสามารถทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

Fibro Scan ตรวจพังผืดตับแบบไม่ต้องเจาะ รู้ผลเร็ว เจ็บน้อย

"ตับ" เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญ อาทิ ย่อยอาหารประเภทไขมัน ขจัดสารพิษ ทำลายเชื้อโรค ถ้าเราไม่ใช้งานตับมากเกินไป ตับก็จะสามารถทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

28 พฤษภาคม 2567

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer) เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในกระเพาะปัสสาวะที่มีการเจริญเติบโตแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์อย่างรวดเร็วและมากผิดปกติ จนกลายเป็นก้อนเนื้องอก และก้อนเนื้องอกนี้สามารถเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจเต็มกระเพาะปัสสาวะ ลุกลามไปยังอวัยวะและต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง และแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้ หากตรวจพบโรคได้เร็วก็จะมีโอกาสหายได้สูง อย่างไรก็ตาม แม้จะตรวจพบได้ในระยะแรกและรักษาหายแล้ว แต่มะเร็งกระเพาะปัสสาวะก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงเช่นกัน ในประเทศไทย มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นมะเร็งที่พบมาก 1 ใน 10 อันดับแรก ของมะเร็งที่พบมากในเพศชาย โดยพบมากในช่วงอายุ 50-70 ปี

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

28 พฤษภาคม 2567

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer) เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในกระเพาะปัสสาวะที่มีการเจริญเติบโตแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์อย่างรวดเร็วและมากผิดปกติ จนกลายเป็นก้อนเนื้องอก และก้อนเนื้องอกนี้สามารถเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจเต็มกระเพาะปัสสาวะ ลุกลามไปยังอวัยวะและต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง และแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้ หากตรวจพบโรคได้เร็วก็จะมีโอกาสหายได้สูง อย่างไรก็ตาม แม้จะตรวจพบได้ในระยะแรกและรักษาหายแล้ว แต่มะเร็งกระเพาะปัสสาวะก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงเช่นกัน ในประเทศไทย มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นมะเร็งที่พบมาก 1 ใน 10 อันดับแรก ของมะเร็งที่พบมากในเพศชาย โดยพบมากในช่วงอายุ 50-70 ปี

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

18 มิถุนายน 2567

โรคเก๊าต์

โรคเก๊าต์ เป็นโรคข้อซึ่งเกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานจนตกตะกอน ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ ซึ่งโรคนี้รักษาหายขาดได้ หากได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมและต่อเนื่อง

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

18 มิถุนายน 2567

โรคเก๊าต์

โรคเก๊าต์ เป็นโรคข้อซึ่งเกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานจนตกตะกอน ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ ซึ่งโรคนี้รักษาหายขาดได้ หากได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมและต่อเนื่อง

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม