Header

มะเร็งลำไส้ใหญ่

พญ.วีรนุชรัตนเดช พญ. วีรนุช รัตนเดช

มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับต้น ๆ ของหลายประเทศทั่วโลก ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้แนวโน้มอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่สาเหตุการตายและปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี สำหรับประเทศไทยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็น 1 ใน 5 ของมะเร็งที่พบมากในคนไทย มีอัตราการเกิดโรคสูงขึ้นทุกปี ปัจจุบันมีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 13,000 คนต่อปี เป็นเพศชายและหญิงราว 7,000 และ 6,000 คน ตามลำดับ และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 5,000 คนต่อปี

มะเร็งลำไส้ใหญ่

มักพบในคนอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่สามารถพบได้ในทุกอายุ พบได้น้อยในผู้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี พบผู้ชายเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดขึ้นได้กับลำไส้ใหญ่ทุก ๆ ส่วน ทั้งลำไส้ใหญ่ส่วนที่อยู่ในช่องท้อง หรือลำไส้ใหญ่ส่วนที่อยู่ในอุ้งเชิงกราน ที่เรียกว่า ไส้ตรง ซึ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่ทั้ง 2 ส่วน จะมีลักษณะโรคและวิธีการรักษาที่แตกต่างกันบ้าง แต่สาเหตุ การตรวจวินิจฉัย และระยะของโรคคล้ายคลึงกัน ตำแหน่งที่พบมะเร็งประมาณร้อยละ 50 อยู่ที่บริเวณไส้ตรง อีก 1 ใน 3 อยู่ที่ลำไส้ใหญ่ขดขวาและขดซ้าย ส่วนมะเร็งทวารหนัก พบร้อยละ 1-2 ของทั้งหมด 
ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภค เช่น รับประทานอาหารไขมันสูง อาหารฟาสต์ฟูดต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น อาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม อาหารจากน้ำมันทอดซ้ำ และเนื้อสัตว์แปรรูป ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรค และยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขาดการออกกำลังกาย ภาวะอ้วนน้ำหนักเกิน รวมถึงมีประวัติครอบครัวหรือตนเองเป็นติ่งเนื้อในลำไส้ เป็นต้น

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดจากอะไร?

ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่พบว่ามีหลาย ๆ ปัจจัยที่อาจมีความสัมพันธ์หรือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเปีนมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่

  • ปัจจัยทางพันธุกรรม ทั้งชนิดพันธุกรรมที่ถ่ายทอดและพันธุกรรมที่ไม่ถ่ายทอด มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อนจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงขึ้น ผู้ที่เป็นโรคติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังบางชนิด จะมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่าปกติ 15-20 เท่า ปัจจุบันพบว่ามียีนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หลายชนิด
  • ปัจจัยด้านอาหาร การรับประทานอาหารไขมันสูงหรืออาหารที่ขาดใยอาหาร ทำให้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ บางการศึกษาพบว่าการขาดสารอาหารบางชนิดอาจเป็นปัจจัยทำให้เกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้สูงกว่าผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วน ที่สำคัญคือ การรับประทานผักและผลไม้ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปัจจุบันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่พบมากขึ้นในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะเป็นพิษ และอาหารการกินของผู้บริโภคที่นิยมทานอาหารฟาสต์ฟู้ดมากขึ้น
  • การควบคุมน้ำหนักและการออกกำลังกายที่พอเหมาะ อาจลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ระดับหนึ่ง
  • การดื่มสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
  • การสูบบุหรี่ ก็อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน

มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการเป็นอย่างไร?

มะเร็งลำไส้ใหญ่เริ่มจากการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้และพัฒนาจนเป็นมะเร็ง โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 10-15 ปี มะเร็งลำไส้ใหญ่มักจะไม่มีอาการในระยะเริ่มแรก จะมีอาการเมื่อโรคลุกลามมากขึ้นจนถึงระยะสุดท้าย ส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไม่มีอาการและอาการแสดงเฉพาะ แต่จะเป็นอาการเช่นเดียวกับอาการของโรคลำไส้ทั่ว ๆ ไป เช่น
การถ่ายอุจจาระผิดปกติ ท้องผูกสลับท้องเสียอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ถ่ายอุจจาระบ่อยครั้ง ถ่ายไม่สุด อุจจาระลำเล็กลง

  • อุจจาระเป็นมูกเลือด เป็นเลือดสด หรือสีดำคล้ายสีถ่าน
  • ปวดเบ่งเวลาถ่ายอุจจาระ
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง แน่นท้อง ท้องอืด จุกเสียด
  • อาจมีคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย หรือซีดโดยไม่รู้สาเหตุ
  • อาจคลำเจอก้อนในท้อง

ดังนั้น ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์ อย่าปล่อยไว้นาน

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • จากการซักถามประวัติอาการและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ประกอบอาการและอาการแสดงของผู้ป่วย รวมทั้งการตรวจทางทวารหนัก
  • การตรวจอุจจาระทางห้องปฏิบัติการ
  • การถ่ายภาพเอกซเรย์ด้วยการสวนแป้งทางทวารหนัก
  • การส่องกล้องทางทวารหนักและการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางด้านพยาธิวิทยา เพื่อหาโรคมะเร็ง

การตรวจหาระยะของโรค

แพทย์อาจมีการตรวจเพิ่มเติม ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น

  • การตรวจช่องท้องด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-Scan)
  • การตรวจภาพเอกซเรย์ปอด
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ เพื่อดูการทำงานของตับ ไต หรือ โรคเบาหวาน เป็นต้น
  • การตรวจ CT-Scan ของกระดูก ถ้าผู้ป่วยมีอาการปวดหลังมาก เพื่อตรวจว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายไปกระดูกหรือไม่
  • การตรวจอัลตร้าซาวด์ตับ กรณีสงสัยว่ามีมะเร็งกระจายไปที่ตับ

โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ประมาณร้อยละ 25 อาจได้รับการวินิจฉัยเบื้องตันผิดพลาดเป็นโรคของถุงน้ำดีและแผลในกระเพาะ หรือโรคของลำไส้ใหญ่ชนิดอื่น ๆ อาการปวดท้องด้านล่างข้างขวาอาจคล้ายอาการของโรคไส้ติ่งอักเสบ ผู้ป่วยที่มีปัญหาโลหิตจางร่วมกับน้ำหนักลด ต้องนึกถึงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย สำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปีที่มีอาการเลือดออกทางทวารหนัก ควรได้รับการตรวจอย่างละเอียดทุกราย

การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่สามารถตรวจคัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรกได้ ส่งผลให้การรักษาได้ผลดีและมีโอกาสหายจากโรคสูง ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรรับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระปีละครั้ง หากผิดปกติควรได้รับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ กรณีพบติ่งเนื้อหรือความผิดปกติในลำไส้ใหญ่แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อบริเวณดังกล่าวเพื่อวินิจฉัยต่อไป

ระยะต่างๆ ของมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • ระยะที่ 1 - โรคมะเร็งยังอยู่ในเยื่อบุลำไส้
  • ระยะที่ 2 - มะเร็งทะลุเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อของลำไส้ และ / หรือทะลุถึงเยื่อหุ้มลำไส้ ลุกลามเข้าไปเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง
  • ระยะที่ 3 - มะเร็งลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง
  • ระยะที่ 4 - มะเร็งลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ไกลออกไป หรือลุกลามตามกระแสโลหิตไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไป เช่น ตับ ปอด หรือกระดูก เป็นต้น

ความรุนแรงของมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • ระยะของโรค ระยะยิ่งสูงความรุนแรงของโรคก็มากขึ้น
  • สภาพร่างกาย และโรคร่วมอื่น ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย เช่น เบาหวาน โรคไต เป็นต้น
  • อายุ ผู้ป่วยอายุน้อย มักมาพบแพทย์เมื่อโรคลุกลามไปมากแล้ว เพราะไม่ค่อยได้นึกถึงโรคมะเร็ง 
  • ผู้ป่วยสูงอายุ มักมีสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการรักษา
  • ขนาดของก้อนมะเร็ง ยิ่งมีขนาดก้อนโตมากความรุนแรงของโรคจะมากกว่าผู้ป่วยซึ่งขนาดก้อนมะเร็งเล็กกว่า
  • การที่มีมะเร็งลุกลามเข้าไปอวัยวะข้างเคียง ความรุนแรงของโรคก็จะมากกว่าการไม่มีการลุกลามของโรค

วิธีการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ จะได้ผลดีมากน้อยเพียงใดขึ้นกับระยะของโรคขณะเริ่มต้นรักษา การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่มี 3 วิธีหลักที่สำคัญ ได้แก่ การผ่าตัด รังสีรักษา และเคมีบำบัด

  • การผ่าตัด

การรักษาหลักของมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือ การผ่าตัดเอาลำไส้ส่วนที่เป็นมะเร็งและต่อมน้ำเหลืองออกไป กรณีที่มะเร็งลุกลามไปมากแล้ว หรือเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ส่วนปลายที่อยู่ติดกับทวารหนัก การผ่าตัดอาจมีความจำเป็นต้องทำทวารเทียม โดยนำเอาปลายลำไส้ส่วนที่เหลืออยู่เปิดออกทางหน้าท้องเป็นทางให้อุจจาระออก
ปัจจุบันมีการใช้เครื่องมือชนิดลวดเย็บมาช่วยต่อลำไส้ ทำให้สามารถผ่าตัดมะเร็งที่อยู่ต่ำ ๆ เหนือรูทวารหนักเพียง 4-5 เซนติเมตร โดยไม่ต้องทำทวารเทียม

  • รังสีรักษา

เป็นการรักษาร่วมกับการผ่าตัด อาจฉายรังสีก่อนหรือหลังการผ่าตัด โดยแพทย์จะประเมินจากลักษณะการลุกลามของก้อนมะเร็งและโอกาสการแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง
โดยทั่วไปการฉายรังสีรักษามักใช้ระยะเวลาประมาณ 5-6 สัปดาห์ โดยฉายวันละ 1 ครั้ง ฉายติดต่อกัน 5 วันใน 1 สัปดาห์

  • เคมีบำบัด 

คือ การให้ยาสารเคมี ยาเคมีบำบัดอาจให้ก่อนการผ่าตัด และ / หรือหลังผ่าตัด ร่วมกับรังสีรักษาหรือไม่ก็ได้ การใช้ยาเคมีบำบัดไม่จำเป็นต้องให้ในผู้ป่วยทุกราย โดยแพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
ปัจจุบันพบว่าการใช้ยาเคมีบำบัดจะได้ผลดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของผู้ป่วย โดยสามารถตรวจได้ล่วงหน้าว่าผู้ป่วยรายนั้นจะได้ผลตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดหรือไม่

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะลุกลาม

ปัจจุบันมีแนวทางการรักษามะเร็งใหม่ล่าสุด เรียกว่า Targeted Therapy เป็นการรักษาตามเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ต้านตัวรับสัญญาณเซลล์มะเร็ง EGFR โดยเฉพาะ จะมีผลให้ลดการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง

การติดตามผลการรักษา

การติดตามผลการรักษาก็ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยภายหลังจากรักษาครบตามกระบวนการแล้ว แพทย์จะนัดตรวจผู้ป่วยสม่ำเสมอ โดยในปีแรกอาจนัดตรวจทุก 1-2 เดือน ภายหลังรักษาครบ 2-3 ปีไปแล้ว อาจนัดตรวจทุก 2-3 เดือน ภายหลัง 3-5 ปี อาจนัดตรวจทุก 3-6 เดือน และถ้าเกิน 5 ปีไปแล้ว อาจนัดตรวจทุก 6-12 เดือน ในการนัดทุกครั้งแพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย ส่วนการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ เช่น การตรวจเลือด หรือเอกซเรย์ จะทำตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เป็นราย ๆ ไป ผู้ป่วยควรมาตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอและควรนำญาติหรือผู้ดูแลมาด้วย เพื่อจะได้ร่วมปรึกษาวางแผนการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม

 

คลิกขอคำปรึกษา

 

ที่มา : คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ,สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ,สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ 



แพทย์ประจำศูนย์
นพ. กฤษฎา สุกหา

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์

พญ. อารียา ดีสมโชค

กุมารแพทย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด

พญ. ปิยธิดา ชุมนุมศิริวัฒน์

อายุรแพทย์โรคเลือด

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 อันดับโรคมะเร็งของผู้ชาย

5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในชายไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และข้อมูลสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ระบุว่า แต่ละปีมีคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งรายใหม่มากถึงวันละ 381 คน หรือ 139,206 คนต่อปี และเสียชีวิตจากโรคมะเร็งวันละ 230 คน หรือ 84,073 คนต่อปี

พญ.วีรนุชรัตนเดช พญ. วีรนุช รัตนเดช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
5 อันดับโรคมะเร็งของผู้ชาย

5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในชายไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และข้อมูลสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ระบุว่า แต่ละปีมีคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งรายใหม่มากถึงวันละ 381 คน หรือ 139,206 คนต่อปี และเสียชีวิตจากโรคมะเร็งวันละ 230 คน หรือ 84,073 คนต่อปี

พญ.วีรนุชรัตนเดช พญ. วีรนุช รัตนเดช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
5 มะเร็งยอดฮิต พบบ่อยในคนไทย

5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในชายไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 5 อันดับโรคมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิง จากข้อมูลสถาบันมะเร็งแห่งชาติรายงานว่า โรคมะเร็งที่พบในผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ของผู้หญิงไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก ซึ่งผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ ถ้ารู้จักการป้องกันโรคก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

พญ.วีรนุชรัตนเดช พญ. วีรนุช รัตนเดช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
5 มะเร็งยอดฮิต พบบ่อยในคนไทย

5 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อยในชายไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง 5 อันดับโรคมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิง จากข้อมูลสถาบันมะเร็งแห่งชาติรายงานว่า โรคมะเร็งที่พบในผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ของผู้หญิงไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก ซึ่งผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ ถ้ารู้จักการป้องกันโรคก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

พญ.วีรนุชรัตนเดช พญ. วีรนุช รัตนเดช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
มะเร็ง 5 อันดับ ที่พบบ่อยในผู้หญิง

โรคมะเร็งที่พบในผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ของผู้หญิงไทย  ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก ซึ่งผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ ถ้ารู้จักการป้องกันโรคก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
มะเร็ง 5 อันดับ ที่พบบ่อยในผู้หญิง

โรคมะเร็งที่พบในผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ของผู้หญิงไทย  ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด มะเร็งมดลูก ซึ่งผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นได้ ถ้ารู้จักการป้องกันโรคก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม