Header

โซเดียมแฝง ภัยเงียบแอบมากับอาหาร

26 มิถุนายน 2567

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

โซเดียมแฝงในอาหาร

โซเดียมแฝง หมายถึงโซเดียมที่แอบซ่อนอยู่ในอาหารที่เราไม่คาดคิดว่าจะมีปริมาณโซเดียมสูง อาหารเหล่านี้อาจไม่ได้มีรสเค็มชัดเจน แต่ยังคงมีโซเดียมสูงพอที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพหากบริโภคมากเกินไป โซเดียมแฝงมักพบในอาหารแปรรูป อาหารกึ่งสำเร็จรูป และอาหารขบเคี้ยวต่างๆ

โซเดียมแฝงในอาหารมาจากไหน?

  1. การแปรรูปอาหาร การแปรรูปอาหารเพื่อเพิ่มอายุการเก็บรักษาและปรับปรุงรสชาติเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีการเติมโซเดียมในอาหาร เช่น ซุปกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารแช่แข็ง

  2. การปรุงรส การใช้เครื่องปรุงรสต่างๆ ที่มีโซเดียมสูง เช่น ซอสถั่วเหลือง ซอสมะเขือเทศ และน้ำสลัด เป็นสาเหตุที่ทำให้มีโซเดียมแฝงในอาหาร

  3. การผลิตอาหาร กระบวนการผลิตอาหารบางประเภท เช่น เนื้อสัตว์แปรรูป (ไส้กรอก เบคอน) และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ มักมีการเติมโซเดียมเพื่อเพิ่มรสชาติและคงความสดใหม่ของอาหาร

โซเดียมแฝงสร้างผลกระทบต่อสุขภาพอะไรบ้าง?

  1. ความดันโลหิตสูง การบริโภคโซเดียมมากเกินไปทำให้ร่างกายต้องเก็บน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของโซเดียมในเลือด การเก็บน้ำนี้ทำให้ปริมาณเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น

  2. โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย และโรคหลอดเลือดแดงตีบ

  3. โรคไต การบริโภคโซเดียมมากเกินไปทำให้ไตทำงานหนักขึ้นเพื่อขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย การทำงานหนักนี้สามารถทำให้ไตเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

  4. ภาวะบวมน้ำ การเก็บน้ำในร่างกายที่เกิดจากการบริโภคโซเดียมมากเกินไปทำให้เกิดภาวะบวมน้ำ ซึ่งส่งผลให้รู้สึกไม่สบายและมีอาการบวมที่ขา ข้อเท้า และหน้าท้อง

อาหารฟาสด์ฟู๊ด มักจะมีโซเดียมแฝงในปริมาณมาก

อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมขบเคี้ยวแหล่งโซเดียมแฝง

แหล่งโซเดียมแฝงในอาหาร

1. ขนมขบเคี้ยวและอาหารกึ่งสำเร็จรูป

  • มันฝรั่งทอด ขนมอบกรอบ
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • แครกเกอร์ และขนมขบเคี้ยวต่างๆ

2. อาหารแปรรูป

  • อาหารกระป๋อง เช่น ซุปกระป๋อง ผักกระป๋อง
  • อาหารแช่แข็ง เช่น พิซซ่าแช่แข็ง นักเก็ตไก่
  • ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น แฮม ไส้กรอก เบคอน

3. ซอสและเครื่องปรุงรส

  • ซอสถั่วเหลือง ซอสมะเขือเทศ
  • ซอสปรุงรสต่างๆ เช่น ซอสพริก ซอสบาร์บีคิว
  • น้ำสลัด

4. ขนมปังและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่

  • ขนมปัง
  • เค้ก คุกกี้

5. อาหารจานด่วนและอาหารจากร้านอาหาร

  • เบอร์เกอร์ พิซซ่า ไก่ทอด
  • อาหารจีนและอาหารจากร้านฟาสต์ฟู้ด

 

ความต้องการโซเดียมของร่างกาย

ในความต้องการโซเดียมมีแตกต่างกันไปในแต่ละคนขึ้นกับเพศ อายุ และสภาวะของร่างกาย

ช่วงอายุ/ปี ความต้องการโซเดียม มิลลิกรัม/วัน
เด็ก 1-3 225-675
4-5 300-900
6-8 325-950

 

ช่วงอายุ/ ปี/ เพศ ชาย หญิง
วัยรุ่น 9-12 400-1175 350-1100
13-15 500-1500 400-1250
16-18 525-1600 425-1275
ผู้ใหญ่ 19-30 500-1475 400-1200
31-70 475-1450 400-1200
71 ปีขึ้นไป 400-1200 350-1050
หญิงตั้งครรภ์     เพิ่ม 50-200
หญิงให้นมบุตร     เพิ่ม 125-350

ที่มา : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

 

วิธีลดการบริโภคโซเดียมแฝง

1. การอ่านฉลากโภชนาการ

  • ตรวจสอบปริมาณโซเดียมในอาหารที่ซื้อ หากพบว่าอาหารมีโซเดียมสูง ให้เลือกอาหารที่มีโซเดียมต่ำกว่า
  • เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์จากหลายยี่ห้อ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำที่สุด

2. เลือกอาหารสดแทนอาหารแปรรูป

  • การเลือกอาหารสด เช่น ผักสด ผลไม้สด เนื้อสัตว์สด จะช่วยลดการบริโภคโซเดียมแฝงจากอาหารแปรรูป

3. ปรุงอาหารที่บ้าน

  • การปรุงอาหารที่บ้านช่วยให้ควบคุมปริมาณโซเดียมที่ใช้ในการปรุงอาหารได้
  • ใช้เครื่องปรุงรสที่มีโซเดียมต่ำหรือไม่มีโซเดียม เช่น สมุนไพรและเครื่องเทศ

4. ลดการใช้เครื่องปรุงรสที่มีโซเดียมสูง

  • ลดการใช้ซอสถั่วเหลือง ซอสมะเขือเทศ และซอสปรุงรสต่างๆ
  • ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูในการปรุงรสแทน

5. เลือกอาหารจานด่วนอย่างระมัดระวัง

  • เลือกอาหารจานด่วนที่มีโซเดียมต่ำ หรือขอให้ร้านอาหารลดปริมาณเกลือในการปรุงอาหาร

การป้องกันผลกระทบจากโซเดียมแฝง

1. การดูแลสุขภาพทั่วไป

การดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่สมดุล และการควบคุมน้ำหนักจะช่วยลดโอกาสการเกิดผลกระทบจากโซเดียมแฝง

2. การรักษาสุขภาพจมูกและลำคอ

การรักษาความสะอาดของจมูกและลำคอโดยการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และการรักษาโรคภูมิแพ้หรือการอักเสบในจมูก จะช่วยลดการนอนกรน

3. การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น

การหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ยาสูบ และยานอนหลับก่อนเข้านอน จะช่วยลดโอกาสการนอนกรน

สรุป

โซเดียมแฝงเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากการบริโภคโซเดียมมากเกินไปสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพรุนแรงได้ การรู้จักแหล่งโซเดียมแฝงในอาหารและวิธีการลดการบริโภคโซเดียมจะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีและป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเล็กน้อย เช่น การอ่านฉลากโภชนาการ การเลือกอาหารสด และการปรุงอาหารที่บ้าน สามารถช่วยลดการบริโภคโซเดียมและเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับร่างกาย

 

หากมีคำถาม ข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม โปรดปรึกษาแพทย์

คลิกขอคำปรึกษา

 



แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

แปลผลตรวจเลือด (ฉบับเข้าใจง่าย) พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ (อัปเดต 2026)

รู้จักค่าผลเลือดสำคัญ เช่น น้ำตาล ไขมัน ความดัน ไต ตับ และกรดยูริก พร้อมค่าปกติและสัญญาณเตือนโรค เบาหวาน หัวใจ ไต ตรวจสุขภาพอย่างเข้าใจโดยแพทย์

ธนิยะ วงศ์วาร นพ. ธนิยะ วงศ์วาร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
แปลผลตรวจเลือด (ฉบับเข้าใจง่าย) พร้อมวิธีเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ (อัปเดต 2026)

รู้จักค่าผลเลือดสำคัญ เช่น น้ำตาล ไขมัน ความดัน ไต ตับ และกรดยูริก พร้อมค่าปกติและสัญญาณเตือนโรค เบาหวาน หัวใจ ไต ตรวจสุขภาพอย่างเข้าใจโดยแพทย์

ธนิยะ วงศ์วาร นพ. ธนิยะ วงศ์วาร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

28 พฤษภาคม 2567

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer) เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในกระเพาะปัสสาวะที่มีการเจริญเติบโตแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์อย่างรวดเร็วและมากผิดปกติ จนกลายเป็นก้อนเนื้องอก และก้อนเนื้องอกนี้สามารถเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจเต็มกระเพาะปัสสาวะ ลุกลามไปยังอวัยวะและต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง และแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้ หากตรวจพบโรคได้เร็วก็จะมีโอกาสหายได้สูง อย่างไรก็ตาม แม้จะตรวจพบได้ในระยะแรกและรักษาหายแล้ว แต่มะเร็งกระเพาะปัสสาวะก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงเช่นกัน ในประเทศไทย มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นมะเร็งที่พบมาก 1 ใน 10 อันดับแรก ของมะเร็งที่พบมากในเพศชาย โดยพบมากในช่วงอายุ 50-70 ปี

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

28 พฤษภาคม 2567

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer)

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer) เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในกระเพาะปัสสาวะที่มีการเจริญเติบโตแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์อย่างรวดเร็วและมากผิดปกติ จนกลายเป็นก้อนเนื้องอก และก้อนเนื้องอกนี้สามารถเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจเต็มกระเพาะปัสสาวะ ลุกลามไปยังอวัยวะและต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง และแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้ หากตรวจพบโรคได้เร็วก็จะมีโอกาสหายได้สูง อย่างไรก็ตาม แม้จะตรวจพบได้ในระยะแรกและรักษาหายแล้ว แต่มะเร็งกระเพาะปัสสาวะก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูงเช่นกัน ในประเทศไทย มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเป็นมะเร็งที่พบมาก 1 ใน 10 อันดับแรก ของมะเร็งที่พบมากในเพศชาย โดยพบมากในช่วงอายุ 50-70 ปี

blank โรงพยาบาลพิษณุเวช

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม