Header

วัคซีนหลัก vs วัคซีนเสริม ที่พ่อแม่ควรรู้ ต่างกันอย่างไร?

วัคซีนหลัก vs วัคซีนเสริม ที่พ่อแม่ควรรู้ ต่างกันอย่างไร?

การให้วัคซีนตามกำหนดเวลา เปรียบเหมือน “ชุดเกราะ” ป้องกันภัยเงียบที่อาจคุกคามลูกน้อยโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าในยุคที่มีชื่อวัคซีนหลากหลายชนิด พ่อแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยอาจสับสนระหว่าง “วัคซีนหลัก” ที่รัฐจัดให้ฟรี กับ “วัคซีนเสริม” ที่เป็นทางเลือกเพิ่มเติม บทความนี้จะช่วยไขความต่างอย่างเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณมั่นใจว่าลูกได้รับการป้องกันที่ครอบคลุมและมีคุณภาพที่สุด

วัคซีนคืออะไร?

วัคซีนคือสารที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรค โดยการเลียนแบบเชื้อโรคหรือส่วนประกอบของเชื้อที่ไม่เป็นอันตราย เมื่อร่างกายได้รับวัคซีน ระบบภูมิคุ้มกันจะจดจำเชื้อและสร้างแอนติบอดีไว้ เมื่อมีการติดเชื้อจริงในอนาคต ร่างกายจึงสามารถป้องกันและต่อสู้ได้ทันที ลดความรุนแรงของโรค หรือป้องกันการป่วยได้โดยสิ้นเชิง

 

วัคซีนหลัก vs วัคซีนเสริม ต่างกันอย่างไร?

การเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองกลุ่ม คือก้าวแรกของการสร้างภูมิคุ้มกันที่ครบถ้วนให้ลูก

1. วัคซีนหลัก (พื้นฐาน/บังคับ)

เป็นวัคซีนที่เด็กทุกคนต้องได้รับตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันโรคติดต่ออันตรายที่เคยระบาดในอดีต วัคซีนหลักสำคัญในปีแรกของชีวิต เช่น

  1. BCG ป้องกันวัณโรค
  2. HBV ป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
  3. DTwP-HB-Hib / DTaP-IPV-Hib ป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี และเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ
  4. OPV / IPV ป้องกันโปลิโอ
  5. MMR ป้องกันหัด คางทูม และหัดเยอรมัน

2. วัคซีนเสริม (ทางเลือก)

เป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคเพิ่มเติม หรือช่วยลดผลข้างเคียงจากวัคซีนหลัก แม้ไม่ได้อยู่ในโครงการของรัฐ แต่กุมารแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ เพราะช่วยให้การป้องกันโรคสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

วัคซีนเสริมสำคัญที่พ่อแม่ยุคใหม่ไม่ควรพลาด ได้แก่

  1. วัคซีนนิวโมคอคคัส (IPD/PCV) ป้องกันโรคติดเชื้อรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือด
  2. วัคซีนโรต้า (Rotavirus) ป้องกันอาการท้องร่วงรุนแรงในทารก (ชนิดหยอดปาก)
  3. วัคซีนรวมชนิดไร้เซลล์ (DTaP-IPV-Hib-HBV) รวมหลายโรคในเข็มเดียว ลดจำนวนเข็มที่ต้องฉีดและผลข้างเคียงเรื่องไข้ได้มาก
  4. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่อาจรุนแรงในเด็กเล็ก
  5. วัคซีนอีสุกอีใส (Varicella Vaccine) ป้องกันแผลเป็นจากตุ่มน้ำและภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง
  6. วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ และ HPV (สำหรับเด็กโต) ช่วยป้องกันโรคตับอักเสบจากการรับประทานอาหารปนเปื้อน และป้องกันเชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกในเพศหญิง
  7. วัคซีนไข้เลือดออก​
  8. วัดซีนป้องกัน​โรค​มือ​เท้า​ปาก​

รวม 5 คำถามยอดฮิตที่พ่อแม่สงสัยมากที่สุด

  • Q1: วัคซีนเสริมอย่าง IPD และโรต้า จำเป็นจริงหรือ?

จำเป็นมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก IPD เป็นสาเหตุหลักของโรคติดเชื้อรุนแรง เช่น ปอดอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่วนโรต้าเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของท้องร่วงรุนแรงในทารก การให้วัคซีนเสริมช่วยลดความเสี่ยงการนอนโรงพยาบาล และเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาวของลูก

  • Q2: ควรเลือกวัคซีนรวม 5–6 โรค (Hexavalent) หรือไม่?

ควรพิจารณา เพราะเป็นวัคซีนชนิดไร้เซลล์ (DTaP) ที่ลดอาการไข้และปวดได้ชัดเจนกว่าชนิดทั้งเซลล์ แถมยังลดจำนวนเข็มที่ต้องฉีด ทำให้ลูกเจ็บน้อยลง และผู้ปกครองก็สะดวกมากขึ้น

  • Q3: ถ้าลูกไม่สบาย ควรฉีดวัคซีนไหม?

หากลูกมีไข้สูงหรือป่วยหนัก ควรเลื่อนออกไปก่อน แต่ถ้ามีเพียงน้ำมูกใสหรือไอเล็กน้อย มักฉีดได้ตามดุลยพินิจของแพทย์ ควรปรึกษากุมารแพทย์ทุกครั้งก่อนฉีด

  • Q4: ลืมพาลูกไปฉีดตามนัด ต้องเริ่มใหม่ไหม?

ไม่ต้องเริ่มใหม่ สามารถฉีดต่อจากเข็มที่ขาดได้ ยกเว้นวัคซีนโรต้า ที่ต้องหยอดภายในอายุประมาณ 8 เดือนเท่านั้น หากเลยช่วงนี้ไปอาจต้องเว้น

  • Q5: หลังฉีดลูกมีไข้หรือบวม ต้องทำอย่างไร?

ถือเป็นอาการปกติที่พบได้ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัว หรือให้ยาลดไข้ตามแพทย์สั่ง หากมีอาการรุนแรงหรือไข้สูงไม่ลด ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

เลือกวัคซีนที่ใช่ เพื่อการปกป้องที่ยั่งยืน

โรงพยาบาลพิษณุเวชของเรา เราคัดสรรเฉพาะวัคซีนคุณภาพระดับสากล ทั้งวัคซีนหลักและวัคซีนเสริมคุณภาพที่ดีโดยมี ทีมกุมารแพทย์ ให้คำปรึกษาและวางแผนวัคซีนเฉพาะบุคคล เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการป้องกันที่เหมาะสมที่สุด แข็งแรง ปลอดภัย และเติบโตอย่างมีภูมิคุ้มกันพร้อมรับโลกใบนี้

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์กุมารเวช

สถานที่

อาคาร 4 ชั้น 4

เวลาทำการ

เบอร์ติดต่อ

055909000