โรคมัลติเพิลมัยอีโลมา (Multiple Myeloma) | อาการ สาเหตุ และการรักษา
โรคเอ็ม เอ็ม นั้นมีชื่อเต็มๆว่า โรคมัลติเพิลมัยอีไลม่า (Mutipple Myelorna) โรคนี้เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดพลาสมาเซลล์ ซึ่งตามปกติพลาสมาเซลล์นี้มีหน้าที่ในการสร้างแอนตี้บอดี้ในการป้องกันเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเซลล์นี้กลายเป็นมะเร็งจะมีการเพิ่มจำนวนอย่างมากมายมากในไขกระดูก มีการสร้างแอนติบอดี้ ที่ผิดปกติส่งผลให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลงเกิดการติดเชื้อได้ง่าย เซลล์มะเร็งเหล่านี้ยังไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดที่ปกติ ทำให้การสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงเม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดมีปริมาณลดลง นอกจากนี้พลาสมาเซลล์ยังสามารถปล่อยสารโปรตีนหลายชนิดไปทำลายกระดูก ไต ระบบประสาท ได้อีกด้วย
อาการของโรคเอ็ม เอ็ม
โรคนี้มักมีการแสดงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในระยะแรกของโรคเอ็ม เอ็ม ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่เมื่อพลาสมาเซลล์เพิ่มจำนวนมากพอก็จะแสดงอาการของโรคที่รุนแรงให้เห็น ผู้ป่วยมักพบความผิดปกติได้ ดังนี้
1. ความผิดปกติเกี่ยวกับเซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดมีปริมาณลดลง ทำให้เกิดอาการ เช่น
- เม็ดเลือดแดงลดลงทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ทำให้ผู้ป่วยซีด รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- หากปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวลดต่ำลงจะทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ และทำให้ติดเชื้อได้ง่าย
- ส่วนเกล็ดเลือดที่ลดต่ำลงจะทำให้เกิดแผลฟกช้ำและมีเลือดออกได้ง่ายแม้เป็นอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย
2. ความผิดปกติเกี่ยวกับความหนึดของเลือดเพิ่มมากขึ้น จากมัยอิโลม่าโปรตีนที่สร้างมากขึ้นจากเซลล์มะเร็ง เลือดจะไปเลี้ยงสมองช้าลง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการวิงเวียน รู้สึกสับสน บางรายอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกและพูดไม่ซัด คล้ายกับโรคหลอดเลือดสมอง
3. ความผิดปกติเกี่ยวกับกระดูกและระบบประสาท เช่น ปวดกระดูก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย แต่ส่วนใหญ่มักพบอาการปวดบริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก รวมถึงกะโหลกศีรษะ นอกจกจากนี้ กระดูกอาจแตกหักได้ง่าย แม้ประสบอบัติเหตุเพียงเล็กน้อย และกระดูกสันหลังที่ไม่แข็งแรงอาจไปกดทับเส้นประสาทและทำให้เกิดอาการปวดหลังเฉียบพลัน รวมทั้งอาจรู้สึกชา
4. ความผิดปกติเกี่ยวกับระดับแคลเซียมในเลือด ทำให้มีแคลเซียมในเลือดสูงจากการสลายตัวของกระดูก ผู้ป่วยจะมีภาวะแห้งจากการขาดน้ำ รู้สึกกระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย มีอาการท้องมุก มีภาวะไตวาย ปวดท้อง เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ง่วงซึม อาจหมดสติได้
5. ความผิดปกติเกี่ยวกับไต ไตถูกทำลายด้วยสารที่สร้างจากเซลล์มะเร็งและจากภาวะขาดน้ำ ส่งผลทำให้ไตไม่สามารถกำจัด โซเดียม ของเหลวส่วนเกิน รวมถึงของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ตามปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย หายใจเหนื่อยหอบ คันตามผิวหนัง หรือมีอาการบวมที่ขา
สาเหตุของโรคเอ็ม เอ็ม
สาเหตุการเกิดโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่โรค เอ็ม เอ็ม ทำให้เกิดเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวพลาสมาเซลล์สะสมที่ไขกระดูก ผลิตแอนติบอดี้ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งเซลล์มะเร็งยังผลิตมัยอีโลมาโปรตีนซึ่งเป็นโทษกับร่างกาย เป็นเหตุให้เกิดภาวะแทรกช้อนต่าง ๆ ตามมาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ที่มีรายงาน ได้แก่
- อายุ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงเผชิญโรคนี้ได้มากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ
- เพศ เพศชายมีแนวโน้มของการเกิดโรคนี้มากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย
- เชื้อชาติ คนเชื้อชาติแอฟริกันมีความเสื่องภิดโรคมากกว่าคนยุโรปหรือเอเชียถึง 2 เท่า
- พันธุกรรม ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคนี้ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากถึง 4 เท่า
- โรคประจำตัว เช่น ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับพลาสมาเซลล์ชนิดอื่น มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคนี้ได้
- สารรังสี ผู้ที่ได้รับสารรังสีอาจเสียงเกิดโรคนี้ได้ เช่น เคยประสบอุบัติเหตุจากการระเบิดของปรมาณู
การวินิจฉัยโรคเอ็ม เอ็ม
โรค Multple Myeloma เป็นมะเร็งชนิดที่พบได้น้อย และในระยะแรกผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการใด ๆ จึงอาจเป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยาก แต่เมื่อโรคมีความรุนแรงขึ้น แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการแสดงของผู้ป่วย เช่น ซีด อ่อนเพลียวิงเวียน เมื่อยล้า ปวดกระดูก ขาบวม เป็นต้น รวมถึงพิจารณาปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ของผู้ป่วย
ส่วนการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคเอ็ม เอ็ม ได้แก่
- การตรวจเลือด สามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่ การตรวจค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง เพื่อดูระดับเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด การตรวจการทำงานของตับและไต การตรวจจระดับแคลเซียมในเลือด การตรวจหาเอ็มโปรตีน การตรวจหาชนิตและจำนวนของสารภูมิด้านทานที่ผิดปกติ การตรวจหาระดับเบต้าทุไมโครโกลบูลิน เป็นต้น
- การตรวจโปรตีนในปัสสาวะ ตรวจหาโปรตีนเบนซ์โจนส์ (Bence Jones Proten) เป็นโปรตีนที่ผิดปกติชนิดหนึ่งซึ่งกาผลิตขึ้นโดยเซลล์มะเร็งและถูกขับมาทางไต
- การเอกซเรย์และการสแกน เพื่อตรวจสอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับกระดูกแขนขา กะโหลกศีรษะ กระดูกสันหลัง และกระดูกเชิงกราน โดยอาจวินิจฉัยด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) การสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI) หรือการตรวจความเปลี่ยนแปลงทางเคมี (PET Scan)
- การดูดเจาะไขกระตูกซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก เพื่อตรวจหาพลาสมาเซลล์ที่เป็นมะเร็ง ตรวจการเปลี่ยนแปลงของของโครโมโชมในเซลล์มะเร็ง
การรักษาโรคเอ็ม เอ็ม
โรคนี้เป็นโรคที่ไม่หายขาด แพทย์จะให้การดูแลรักษาผู้ป่วยตามเหมาะสมกับชนิดและระยะของโรค การรักษาโรคเอ็ม เอ็ม ทำได้หลายวิธี ดังต่อไปนี้
- การทำเคมีบำบัด เพื่อกำจัดและยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง
- การใช้ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต ช่วยลดการสลายตัวของกระดูกและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก
- การฉายรังสี โดยใช้รังสีพลังงานสูงทำลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง วิธีนี้สามารถลดอาการปวดกระดูกได้อีกด้วย
- การให้ยาเจาะจงเซลล์มะเร็ง ทั้งรูปแบบของยารับประทานหรือยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อยับยั้งการทำงานของสารบางอย่างภายในเซลล์มะเร็งจนทำให้เซลล์มะเร็งตาย รวมถึงอาจใช้ยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี้เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งด้วย
- การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ตัวเอง จะทำหลังจากการที่ผู้ป่วยจะได้รับยาเคมีบำบัด หรืออาจได้รับยาอื่นร่วม เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งไขกระดูกก่อน จากนั้นจึงเริ่มต้นการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ที่มีสุขภาพดีเข้าทดแทน วิธีการนี้ให้ผลการรักษาและเพิ่มระยะเวลาในการมีชีวิตของผู้ป่วยมากที่สุด
- การทำภูมิคุ้มกันบำบัด โดยใช้ยาเพื่อเพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกันที่จะเข้าทำลายเซลล์มะเร็ง เป็นวิธีการรักษาแบบบบใหม่ มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง
- การรักษาตามอาการ เช่น การให้อิมมูโนโกลบูลินเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อสู้กับเชื้อโรค การให้เลือดหรือการใช้ยาฮอร์โมนอีริโทโพอิตินเพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงรักษาภาวะโลหิตจาง การกรองพลาสมาเพื่อกำจัดโปรตีนที่ผิดปกติออกจากกระแสเลือดเพื่อลดภาวะเลือดหนืด เป็นต้น
การป้องกันโรคเอ็ม เอ็ม
เนื่องจากโรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่ชัดเจน และบางกรณีเกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น อายุ เพศ เชื้อชาติ และพันธุกรรม อาจไม่สามารถป้องกันโรคนี้ได้ แต่หากเกิดจากปัจจัยอื่น ที่พอจะป้องกันได้ เช่น โรคประจำตัว อาจป้องกันได้ด้วยการรักษาอาการป่วยและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงลงลดความเสี่ยงจากการรับรังสี เป็นต้น
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง
