3 โรคระบาดในเด็กช่วงหน้าฝน: มือ เท้า ปาก, RSV และไข้หวัดใหญ่
3 โรคระบาดในเด็กช่วงหน้าฝน: มือ เท้า ปาก, RSV และไข้หวัดใหญ่
ฤดูฝนเป็นช่วงที่โรคติดเชื้อในเด็กแพร่ระบาดได้ง่าย โดยเฉพาะในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน และสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก ผู้ปกครองควรรู้จักอาการ สัญญาณอันตราย วิธีดูแล และแนวทางป้องกันโรคมือ เท้า ปาก RSV และไข้หวัดใหญ่ เพื่อให้ลูกได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทันท่วงที
สรุปสำหรับผู้ปกครอง: หากลูกมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ควรพาไปพบแพทย์ และไม่ควรรอให้ครบ 48 ชั่วโมง หากมีอาการหอบเหนื่อย ซึม ชัก ปลุกตื่นยาก ดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อย หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
ตารางเปรียบเทียบ 3 โรคระบาดในเด็ก
| โรค | กลุ่มที่พบมากหรือมีความเสี่ยง | ช่วงที่มักพบการระบาด | ภาวะแทรกซ้อนสำคัญ |
|---|---|---|---|
| โรคมือ เท้า ปาก | พบมากในเด็กอายุ 0–4 ปี | มักพบเพิ่มขึ้นช่วงมิถุนายน–สิงหาคม | สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โดยเฉพาะจากเชื้อ EV71 |
| RSV | เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี โดยเฉพาะทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน | มักพบเพิ่มขึ้นช่วงสิงหาคม–ตุลาคม | หลอดลมฝอยอักเสบ ปอดอักเสบ และภาวะหายใจลำบาก |
| ไข้หวัดใหญ่ | พบได้ทุกช่วงวัย โดยมักพบมากในเด็กวัยเรียนอายุ 5–14 ปี | พบได้ตลอดปี และมักพบเพิ่มขึ้นในฤดูฝน | ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ สมองอักเสบ และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ |
โรคมือ เท้า ปาก
โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ ละอองจากการไอหรือจาม รวมถึงการสัมผัสของเล่น ภาชนะ และพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ เจ็บคอ เบื่ออาหาร มีแผลหรือตุ่มภายในช่องปาก และมีผื่นหรือตุ่มน้ำบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก้น หรือรอบเข่า
กลุ่มเด็กที่พบโรคมากที่สุด
- เด็กอายุ 0–4 ปี เป็นกลุ่มที่พบผู้ป่วยมากที่สุด
- รองลงมาคือเด็กอายุ 5–9 ปี
- จำนวนผู้ป่วยมักเพิ่มขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน
- มักพบการระบาดสูงในช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม
สายพันธุ์ของเชื้อที่ควรระวัง
Coxsackievirus A16
เป็นเชื้อที่พบได้บ่อย อาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง และสามารถหายได้เองภายในประมาณ 7–10 วัน
Enterovirus 71 หรือ EV71
เป็นสายพันธุ์ที่กุมารแพทย์ให้ความสำคัญ เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น
- สมองอักเสบ
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
- กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
- ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว
- ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
สัญญาณอันตรายของโรคมือ เท้า ปาก
ควรรีบพาเด็กไปโรงพยาบาล หากพบอาการต่อไปนี้
- ซึมลง ไม่เล่น หรือตอบสนองน้อยกว่าปกติ
- งอแงมากผิดปกติ
- สะดุ้งผวาบ่อย โดยเฉพาะขณะกำลังหลับ
- เดินเซ แขนหรือขาอ่อนแรง
- มีอาการชัก
- หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย
- อาเจียนบ่อย
- รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อยมาก
- ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะนานเกิน 6–8 ชั่วโมง
- ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน
- ไข้ไม่ลดลงแม้ได้รับยาลดไข้และเช็ดตัวอย่างเหมาะสม
โรค RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus
RSV เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และอาจทำให้เกิดหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
อาการระยะแรกอาจคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น มีไข้ ไอ จาม น้ำมูก และรับประทานอาหารได้น้อย แต่ในเด็กกลุ่มเสี่ยง เชื้ออาจลุกลามลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง ทำให้หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ
กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงสูง
- เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
- ทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน
- ทารกคลอดก่อนกำหนด
- เด็กที่มีโรคหัวใจแต่กำเนิด
- เด็กที่มีโรคปอดเรื้อรัง
- เด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ช่วงที่พบการระบาด
RSV มักพบการระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม–ตุลาคม เด็กที่มีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากมีภาวะหลอดลมฝอยอักเสบ ปอดอักเสบ หรือระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ
สัญญาณอันตรายของโรค RSV
ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที หากมีอาการต่อไปนี้
- หายใจเร็วหรือหายใจแรงกว่าปกติ
- หอบเหนื่อย
- ปีกจมูกบาน
- หน้าอกหรือชายโครงบุ๋มขณะหายใจ
- มีเสียงวี้ดหรือเสียงครืดคราดขณะหายใจ
- หยุดหายใจเป็นช่วง โดยเฉพาะในทารกเล็ก
- ริมฝีปาก ใบหน้า ปลายมือ หรือปลายเท้าเขียวคล้ำ
- ดูดนมหรือรับประทานอาหารได้น้อยลงมาก
- สำลักหรือเหนื่อยขณะดูดนม
- ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
- ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะนานเกิน 6–8 ชั่วโมง
- ปากแห้ง เบ้าตาลึก หรือร้องไห้ไม่มีน้ำตา
- ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน
- อาการไอหรือหอบเหนื่อยรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
โรคไข้หวัดใหญ่ในเด็ก
ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อ Influenza Virus และมักมีอาการเฉียบพลันหรือรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูก
เด็กบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะเด็กเล็ก เด็กที่มีโรคประจำตัว หรือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่
- ปอดอักเสบ
- หูชั้นกลางอักเสบ
- กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
- สมองอักเสบ
- ภาวะขาดน้ำ
- โรคประจำตัวกำเริบ เช่น โรคหอบหืด
สายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ที่พบได้
- Influenza A (H1N1)
- Influenza A (H3N2)
- Influenza B
ประเทศไทยสามารถพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ได้ตลอดทั้งปี โดยมักพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนและในกลุ่มเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กอายุ 5–9 ปี และ 10–14 ปี
สัญญาณอันตรายของโรคไข้หวัดใหญ่
ควรรีบพาเด็กไปโรงพยาบาล หากพบอาการต่อไปนี้
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือหายใจลำบาก
- หน้าอกหรือชายโครงบุ๋มขณะหายใจ
- ริมฝีปากหรือใบหน้ามีสีเขียวคล้ำ
- เจ็บหน้าอก
- ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือมีอาการสับสน
- มีอาการชัก
- ปวดศีรษะรุนแรงหรือคอแข็ง
- อาเจียนต่อเนื่อง
- ดื่มน้ำไม่ได้หรือรับประทานอาหารได้น้อยมาก
- ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะนานเกิน 6–8 ชั่วโมง
- ปากแห้ง เบ้าตาลึก หรือร้องไห้ไม่มีน้ำตา
- ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน
- ไข้หรืออาการไอดีขึ้นแล้วกลับมารุนแรงอีกครั้ง
- เด็กที่มีโรคประจำตัวมีอาการทรุดลง
Checklist การดูแลลูกในช่วงโรคระบาด
- ล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำ
- ไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อน หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
- คัดกรองอาการของเด็กก่อนเดินทางไปโรงเรียน
- ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย
- ให้เด็กหยุดเรียนเมื่อมีไข้หรือมีอาการของโรคติดเชื้อ
- เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องเมื่อมีไข้
- ให้เด็กดื่มน้ำอย่างเพียงพอและรับประทานอาหารอ่อน
- หยอดน้ำเกลือและดูดน้ำมูกเมื่อมีน้ำมูกหรือเสมหะ
- สังเกตการหายใจ ปริมาณปัสสาวะ และพฤติกรรมของเด็ก
- รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีน EV71 ตามคำแนะนำของแพทย์
วิธีป้องกัน 3 โรคระบาดในเด็ก
1. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่
การล้างมืออย่างถูกวิธีช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หลังเปลี่ยนผ้าอ้อม และหลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือสิ่งของที่อาจปนเปื้อนเชื้อ
สำหรับเชื้อบางชนิด เช่น Enterovirus การล้างมือด้วยน้ำและสบู่อาจช่วยกำจัดเชื้อได้เหมาะสมกว่า การใช้แอลกอฮอล์เจลเพียงอย่างเดียว
2. คัดกรองลูกก่อนออกจากบ้านทุกวัน
ผู้ปกครองควรตรวจสอบอาการของเด็กก่อนพาไปโรงเรียน หรือศูนย์เด็กเล็ก ได้แก่
- วัดอุณหภูมิร่างกาย
- สังเกตอาการไอ น้ำมูก หรือหายใจผิดปกติ
- ตรวจดูผื่นหรือตุ่มบริเวณมือและเท้า
- ตรวจดูแผลหรือตุ่มภายในช่องปาก
- ประเมินว่าเด็กรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติหรือไม่
หากเด็กมีไข้หรือมีอาการผิดปกติ ควรให้หยุดเรียนและพาไปพบแพทย์ตามความเหมาะสม
3. ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัส
ควรทำความสะอาดของเล่น ลูกบิดประตู โต๊ะ เก้าอี้ ราวบันได และพื้นผิวที่มีการสัมผัสร่วมกันเป็นประจำ
กรณีมีการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก อาจใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่มี Sodium Hypochlorite โดยผสมและใช้งานตามอัตราส่วนที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ และเก็บให้พ้นมือเด็ก
4. หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน
ไม่ควรให้เด็กใช้แก้วน้ำ หลอดดูด ช้อน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อผ่านน้ำลาย น้ำมูก และสารคัดหลั่ง
5. ให้เด็กพักอยู่บ้านเมื่อป่วย
การให้เด็กหยุดเรียนเมื่อมีไข้ ไอมาก มีผื่น มีแผลในปาก หรือมีอาการผิดปกติ ช่วยลดการแพร่เชื้อไปยังเด็กคนอื่น และช่วยให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
วิธีดูแลลูกเมื่อเริ่มป่วยที่บ้าน
การเช็ดตัวลดไข้ให้ถูกวิธี
- ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง
- หลีกเลี่ยงน้ำเย็นจัด น้ำแข็ง หรือแอลกอฮอล์เช็ดตัว
- เช็ดบริเวณคอ รักแร้ ข้อพับ และขาหนีบ
- ให้เด็กสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
- ให้ยาลดไข้ตามขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว และตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
หากเด็กเป็นโรคมือ เท้า ปาก
เด็กอาจรับประทานอาหารได้น้อยเนื่องจากเจ็บแผลในช่องปาก ควรเลือกอาหารที่อ่อน เย็น และกลืนง่าย เช่น
- โยเกิร์ต
- พุดดิ้ง
- นมเย็น
- ไอศกรีม
- โจ๊กหรืออาหารอ่อน
- เครื่องดื่มที่ไม่เป็นกรด
ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด รสเปรี้ยว รสเค็มจัด หรืออาหารแข็งที่อาจระคายเคืองแผลในช่องปาก
หากเด็กเป็น RSV หรือมีอาการหวัด
- หยอดน้ำเกลือในจมูก
- ดูดน้ำมูกด้วยลูกยางแดงหรือเครื่องดูดน้ำมูกอย่างเหมาะสม
- ให้เด็กดื่มน้ำหรือนมอย่างเพียงพอ
- หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ฝุ่น และมลพิษ
- ไม่ควรซื้อยาแก้ไอหรือยาละลายเสมหะให้เด็กเล็กรับประทานเอง เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
วัคซีนที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคในเด็ก
วัคซีนไข้หวัดใหญ่
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
- เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน
- แนะนำให้ฉีดปีละ 1 ครั้ง
- เด็กอายุน้อยกว่า 9 ปีที่ไม่เคยได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาก่อน อาจต้องได้รับ 2 เข็มในปีแรกตามคำแนะนำของแพทย์
- ควรปรึกษากุมารแพทย์เกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการรับวัคซีน
วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปากจากเชื้อ EV71
วัคซีน EV71 ช่วยป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ที่เกิดจากเชื้อ Enterovirus 71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทรุนแรง
วัคซีนเหมาะสำหรับเด็กตามช่วงอายุและข้อบ่งชี้ที่กำหนด ผู้ปกครองควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนรับวัคซีน
อย่างไรก็ตาม วัคซีน EV71 ป้องกันเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อ EV71 และไม่สามารถป้องกันเชื้อทุกสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคมือ เท้า ปากได้
สรุป
โรคมือ เท้า ปาก RSV และไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อที่พบได้บ่อยในเด็ก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและช่วงเปิดภาคเรียน แม้เด็กส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ผู้ปกครองควรสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอาการซึม ชัก หายใจลำบาก ดื่มน้ำไม่ได้ ปัสสาวะน้อย และมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน
การล้างมือ การทำความสะอาดสิ่งของ การให้เด็กหยุดเรียนเมื่อป่วย และการรับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรคได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคระบาดในเด็ก
RSV อันตรายหรือไม่?
RSV อาจเป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ทารกคลอดก่อนกำหนด เด็กที่มีโรคหัวใจแต่กำเนิด โรคปอดเรื้อรัง หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อหลอดลมฝอยอักเสบ ปอดอักเสบ และภาวะหายใจลำบาก
RSV อันตรายกับเด็กอายุเท่าไร?
เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีมีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น โดยเฉพาะทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน ทารกคลอดก่อนกำหนด และเด็กที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจหรือปอด
โรคมือ เท้า ปาก มีวัคซีนหรือไม่?
มีวัคซีนป้องกันเชื้อ EV71 ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคมือ เท้า ปากชนิดรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท อย่างไรก็ตาม วัคซีนไม่สามารถป้องกันเชื้อทุกสายพันธุ์ ที่ก่อให้เกิดโรคมือ เท้า ปากได้
โรคมือ เท้า ปาก ติดต่อได้อย่างไร?
ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ ละอองจากการไอหรือจาม รวมถึงการสัมผัสของเล่น ภาชนะ หรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ
ลูกมีไข้กี่วันควรพบแพทย์?
หากเด็กมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ควรพาไปพบแพทย์ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 48 ชั่วโมง หากเด็กมีอาการหอบเหนื่อย ซึม ชัก รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้ หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
ลูกเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรหยุดเรียนกี่วัน?
ควรให้เด็กหยุดเรียนจนกว่าไข้จะหายอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้ยาลดไข้ และอาการโดยรวมดีขึ้น เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น
ลูกควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีหรือไม่?
แนะนำให้เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะเด็กเล็กและเด็กที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากสายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่อาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี
ไข้หวัดใหญ่ต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร?
ไข้หวัดใหญ่มักมีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่า เช่น ไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลียมาก และไอ ขณะที่ไข้หวัดธรรมดามักมีอาการน้ำมูก คัดจมูก หรือเจ็บคอเป็นหลัก และมีอาการไม่รุนแรงเท่า
บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง
