Header

อาการแพนิค (Panic Attack) | สาเหตุ อาการ และวิธีรับมือ

สุกัญญา รักษ์ขจีกุล พญ. สุกัญญา รักษ์ขจีกุล

อาการแพนิค (Panic Attack) | สาเหตุ อาการ และวิธีรับมือ

เมื่อฉันมีอาการแพนิค?

“อยู่ๆ หัวใจก็เต้นแรง หายใจไม่ออก มือเท้าเย็นเฉียบ

เหมือนกำลังจะตาย ทั้งที่ร่างกายไม่มีบาดแผลใดๆ”

หลายคนที่ไม่เคยประสบอาการนี้ อาจเข้าใจว่ามันคือความเครียดชั่วคราว แต่สำหรับผู้ที่อยู่กับมัน นี่คือโลกที่ความกลัวกลายเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมโลกของผู้ที่เป็น “โรคแพนิค”

ความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

ผู้ป่วยโรคแพนิคมักรู้สึกเหมือนมีภัยร้ายกำลังจะเกิดขึ้น แม้จะไม่มีสิ่งใดอยู่ตรงหน้า ความรู้สึก “เหมือนจะตาย” ความอึดอัดที่ควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ ความกังวลอย่างรุนแรงว่าอาการจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ อาการอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ทั้งในที่สาธารณะ หรือแม้แต่ในสถานที่ปลอดภัยอย่างบ้านของตนเอง สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การทำงาน ความสัมพันธ์ และความมั่นใจในตนเอง

โรคแพนิคคืออะไร?

โรคแพนิค (Panic Disorder) คือโรคในกลุ่มความผิดปกติทางอารมณ์และความวิตกกังวล (Anxiety Disorders) ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ ผู้ป่วยจะมีอาการตกใจกลัวอย่างรุนแรงแบบเฉียบพลัน (Panic Attack) โดยไม่มีสาเหตุที่สามารถอธิบายได้จากเหตุการณ์ภายนอก และมักรู้สึกหวาดกลัวว่าจะเกิดอาการอีก จนนำไปสู่การเลี่ยงสถานการณ์ต่าง ๆ (เช่น การอยู่ในที่ชุมชน การโดยสารรถสาธารณะ) ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

สถิติของผู้ป่วยโรคแพนิค

โรคแพนิคมีอุบัติการณ์ประมาณ 2–3% ของประชากรโลก ผู้หญิงมีแนวโน้มเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า มักเริ่มแสดงอาการในช่วงวัยรุ่นปลายถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุ 20–35 ปี)

สาเหตุของโรคแพนิค

เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันทั้งทางชีวภาพ จิตวิทยา และสิ่งแวดล้อม

  • พันธุกรรม – ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคนี้ มีโอกาสเป็นมากกว่าคนทั่วไป
  • ความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง – เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) และนอร์เอพิเนฟรีน (Norepinephrine)
  • เหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจ – เช่น อุบัติเหตุ การสูญเสีย หรือการถูกกระทำรุนแรง
  • ความเครียดสะสมเรื้อรัง – เช่น จากการทำงาน ปัญหาชีวิตส่วนตัว หรือสถานการณ์ไม่แน่นอน
  • บุคลิกภาพ – ผู้มีบุคลิกวิตกกังวลง่าย/ Perfectionist มักเสี่ยงสูงกว่า

อาการของโรคแพนิค

มักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน รุนแรง หลายอาการร่วมกัน โดยไม่สามารถควบคุมได้เอง

  • ใจสั่น หัวใจเต้นแรง
  • หายใจเร็วหรือหายใจไม่อิ่ม
  • เหงื่อออก ตัวสั่น
  • แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก
  • คลื่นไส้หรือเวียนศีรษะ
  • ความรู้สึกคล้ายจะวูบจะตาย
  • กลัวจะเสียสติหรือกลัวว่าจะเสียชีวิต
  • บางคนกลัวการอยู่คนเดียว เพราะกลัวมีอาการจะไม่มีใครช่วยได้, บางครั้งมีอาการมากไป ร.พ.ตรวจแล้วผลตรวจทุกๆอย่างปกติ

แนวทางการรักษาโรคแพนิค

1. การรักษาด้วยยา

  • ยากลุ่ม SSRI (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors) เช่น Sertraline, Fluoxetine
  • ยากลุ่ม Benzodiazepine ใช้เฉพาะในช่วงอาการเฉียบพลัน หรือในระยะสั้น
  • ยากลุ่มอื่นที่ปรับใช้ตามอาการร่วม เช่น ยาช่วยให้นอนหลับ

2. จิตบำบัด

  • โดยเฉพาะวิธี CBT (Cognitive Behavioral Therapy) ซึ่งช่วยปรับความคิดที่บิดเบือนและควบคุมพฤติกรรมหลีกเลี่ยง
  • การฝึกการควบคุมลมหายใจ และเทคนิคผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

3. การดูแลแบบองค์รวม

  • การให้ความรู้เกี่ยวกับโรค
  • การดูแลร่วมกับครอบครัว
  • การปรับสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการฟื้นตัว

การดูแลตนเองและติดตามหลังการรักษา

การดูแลหลังรักษามีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำ:

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • รับประทานยาตามกำหนดเวลาอย่างต่อเนื่อง
  • เข้าพบจิตแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผล
  • หลีกเลี่ยงสารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือสารเสพติด
  • ฝึกเทคนิคการหายใจ การทำสมาธิ หรือโยคะ
  • จัดการความเครียดด้วยวิธีเชิงบวก เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โรคแพนิคไม่ใช่ “ความอ่อนแอ” แต่คือภาวะผิดปกติที่รักษาได้ หากได้รับการดูแลที่เหมาะสมและทันเวลาด้วยความเข้าใจจากคนรอบข้าง และการดูแลที่ถูกต้อง ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกสุขภาพจิต

สถานที่

เวลาทำการ

เบอร์ติดต่อ

055909000

แพทย์ประจำศูนย์
พญ. พรชนก เศรษฐ์พิทยากุล

สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู

พญ. สุวรรณิการ์ ปาลี

สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์