ข่าวสารและกิจกรรม
ข้าราชการผ่าตัดเบิกได้ 26 หัตถการ

รพ.พิษณุเวชเคียงคู่สุภาพ "ข้าราชการ" กับโครงการเบิกจ่ายตรงจากกรมบัญชีกลาง เข้าร่วมโครงการเบิกค่ารักษาพยาบาลในรพ.เอกชนด้วยระบบ DRGs 26 หัตการผ่าตัดไม่ต้องรอคิวนาน

  • โรคที่กำหนดให้เบิกได้

​คือ โรคที่ต้องมีการนัดผ่าตัดล่วงหน้า (Elective Surgery)

  • ค่ารักษาพยาบาล

​- กรมบัญชีกลางจ่ายตาม DRGs ให้กับโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ

- ผู้มีสิทธิ์ต้องจ่ายเพิ่มตามประกาศ ดังนี้

1.ค่าห้องและค่าอาหาร ส่วนเกินจาก 1,000 บาท/วัน

2.ค่าวัสดุอุปกรณ์ อวัยวะเทียมส่วนเกินจากราคาอ้างอิงตามประกาศรายการฯ ของกรมบัญชีกลาง

3.ค่าธรรมเนียมแพทย์ ตามรายการที่กรมบัญชีกลางประกาศประกอบด้วย

3.1 ค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัด

3.2 ค่าธรรมเนียมวิสัญญีแพทย์

3.3 ค่าธรรมเนียมแพทย์เยี่ยมไข้

3.4 ค่าธรรมเนียมแพทย์ที่ปรึกษา ไม่เกิน 5 ท่าน

4. ค่าธรรมเนียมพิเศษ (Surcharge)

5. ค่าตรวจวินิจฉัยก่อนการผ่าตัด

 

รายการผ่าตัดที่เข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรง 26 หัตถการ

 

>>คลิกตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลกรมบัญชีกลาง<<

 

ในแต่ละหัตถการมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด ดังนี้

A01 การผ่าตัดถุงน้ำดีและทางเดินน้ำดี (Operation on gallbladder and biliary tract)
 
โรคนิ่วในถุงน้ำดี ( Gall stone or Biliary stone)
นิ่วในถุงน้ำดี คือ ภาวะที่มีการตกตะกอนของสารในน้ำดี จนกลายเป็นก้อนนิ่วอยู่ภายในถุงน้ำดี ซึ่งก้อนนิ่วที่เกิดขึ้นนี้มีขนาดแตกต่างกันได้ในผู้ป่วยแต่ละคน (บางคนเป็นเม็ดเล็กเท่าเม็ดทราย แต่บางคนเป็นเม็ดขนาดใหญ่เท่าลูกปิงปอง) และผู้ป่วยบางคนอาจมีแค่เม็ดเดียว แต่บางคนก็มีนิ่วหลายเม็ดพร้อมกัน
 
ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. มีอาการแสดงของนิ่วและภาวะแทรกซ้อน
2. นิ่วขนาดใหญ่กว่า 1 ซม
3. นิ่วจำนวนมาก
4. ผู้ป่วยนิ่วที่ไม่มีอาการแต่มีภาวะเสี่ยงสูง เช่น มีโรคเรื้อรัง
.....................................................................................
 
A02 การผ่าตัดไส้เลื่อน (Herniorrhaphy)

โรคไส้เลื่อน (Hernia)
ไส้เลื่อนส่วนใหญ่จะเห็นเป็นก้อนตุงตรงผนังหน้าท้องหรือขาหนีบ ซึ่งจะบวมๆ ยุบๆ มักจะไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด
แต่ถ้าปล่อยให้เกิดการติดคา ไม่ยุบก็อาจเกิดอันตรายร้ายแรงได้
ไส้เลื่อน เกิดจากผนังหน้าท้องบางจุดมีความอ่อนแอ ผิดปกติ ส่วนมากเป็นความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด ทำให้ลำไส้ที่อยู่ข้างใต้ไหลเลื่อนทะลักเข้าไปในบริเวณนั้น เห็นเป็นก้อนตุง ส่วนน้อยที่เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายหลัง
(เช่น แผลผ่าตัดที่หน้าท้อง)
 
ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. มีอาการปวดมากหรือบ่อย
2. มีผลกระทบกับการทำงานหรือความเป็นอยู่
3. เสี่ยงต่อภาวะไส้เลื่อนติดคา(Impending incarceration)
4. รักษาโดยการไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น (Failure Conservative Treatment)
.................................................................................
 
A03 การผ่าตัดริดสีดวงทวารหนัก(Hemorrhoid)
 
โรคริดสีดวงทวารหนัก (Hemorrhoidectomy)
ริดสีดวงทวาร แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ริดสีดวงภายใน และริดสีดวงภายนอก
ริดสีดวงภายใน คือเนื้อเยื่อของทวารหนักที่อยู่สูงกว่า dentate line เลื่อนตัวลงมาทางปากทวารหนักทำให้เกิดอาการเลือดออก แบ่ง ตามความรุนแรงเป็น 4 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 ริดสีดวงอยู่เหนือ dentate line และไม่ยื่นออกมานอกขอบทวาร
ระยะที่ 2 ริดสีดวงยื่นออกมานอกขอบทวาร ขณะถ่ายอุจจาระและเบื่อนกลับเข้าไปในทวารหนักหลังถ่ายอุจจาระ
ระยะที่ 3 ริดสีดวงยื่นออกนอกขอบทวาร ขณะถ่ายอุจจาระ และหลังถ่ายอุจจาระต้องดันกลับเข้าไปในทวารหนัก
ระยะที่ 4 ริดสีดวงยื่นออกนอกทวารหนักตลอดเวลา
ริดสีดวงภายนอก คือเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ dentate line ยืดออกเป็นติ่งเนื้อ
ริดสีดวงทวารภายในและภายนอกจะเกิดร่วมกันได้บ่อยครั้ง ทั้งนี้การรักษามุ่งเพื่อบรรเทาอาการและไม่จำเป็นต้องขจัดหัวริดสีดวงทวารที่มีอยู่ทั้งหมด
 
ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. มีเลือดออก (Bleeding)
2. ปวด (Pain)
3. ริดสีดวงอักเสบ (Strangulated hemorrhoid, thrombosed hemorrhoid)
4. เป็นๆ หายๆ (recurrence)
5. ริดสีดวงทวารระยะที่ 3 และระยะที่ 4
...............................................................................
 
A04 การผ่าตัดฝีคัณฑสูตร

โรคฝีคัณฑสูตรเฉียบพลัน, ฝีคัณฑสูตรเรื้อรัง (anorectal abscess ,fistula in ano)

ฝีคัณฑสูตรเฉียบพลัน ขอบทวารหนัก/แก้มก้นด้านใน บวมและเจ็บ ปวดในทวารรหนัก ตลอดเวลา ปวดมากตอนเบ่งถ่าย มีไข้ร่วมด้วย ฝีคัณฑสูตรเรื้อรัง มีตุ่มที่ขอบทวารหนัก คันๆ เจ็บๆ มีน้ำเหลืองซึม บางครั้งอักเสบบวมแดงและมีหนองออก เป็นๆ หายๆ อาจมีประวัติฝีคัณฑสูตรเฉียบพลันนำมาก่อน

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. ฝีคัณฑสูตรเฉียบพลัน
2. ฝีคัณฑสูตรเรื้อรังที่มีทางติดต่อ ระหว่างผิวหนังกับเยื่อบุทวารหนัก
3. รอยปริแยกเรื้อรังที่ช่องทวารหนัก (Chronic anal fissure)

...........................................................................

B01 การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า (Total knee Replacement)

โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม หมายถึง ภาวะที่ข้อเกิดความผิดปกติเนื่องจากสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงแบบถดถอยซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอายุที่มากขึ้น หรือโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีสาเหตุผิดปกติเกิดกับข้อเข่ามาก่อน เช่น การอักเสบของ ข้อเข่าจากการติดเชื้อ ไขข้ออักเสบ กระดูกหัก เป็นต้น แล้วทำให้ในเวลาต่อมาผิวข้อผิดปกติและเกิดข้อเสื่อมตามมา ข้อเสื่อมชนิดนี้พบได้ประปรายในผู้ป่วยทุกอายุ

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด (ต้องมีครบทุกข้อ)
1. ให้การรักษาอนุรักษ์ ทั้งการไม่ใช้ยาและการใช้ยาร่วมกันแล้วไม่ได้ผลเป็นระยะเวลามากกว่า 6 เดือน
2. มีผิวข้อเข่าทุกผิวเสื่อมอย่างรุนแรง ( severe tri-compartmental osteoarthritis)
3. อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป

.........................................................................

B02 การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก (Total/Revision Hip Replacement)

โรคข้อสะโพกเสื่อม ,หัวกระดูกฟีเมอร์ขาดเลือดมาเลี้ยง (Arthritis of Hip, Avascular necrosis of the Femoral Head)

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคข้อสะโพกเสื่อมนั้น อาจแบ่งใหญ่ ๆ ออกเป็น 2 สาเหตุ คือ

1. โรคข้อสะโพกเสื่อมที่เกิดขึ้นเองอย่างช้าๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป หรือเสื่อมตามอายุการใช้งาน ซึ่งจะพบมากในคนสูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
2. โรคข้อสะโพกเสื่อมที่เกิดจากความผิดปกติของข้อสะโพก เป็นความเสื่อมที่เกิดขึ้นตามหลังมาจากโรคอย่างใดอย่างหนึ่งของตัวข้อสะโพกมาก่อน

สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ หัวกระดูกข้อสะโพกขาดเลือดมาเลี้ยงโดยเฉพาะคนที่อายุน้อยกว่า 60 ปีลงมา สาเหตุอาจจะเกิดขึ้นในภาวะที่แตกต่างกัน เช่น การรับประทานยากลุ่มสเตียรอยด์มาเป็นเวลานาน การรับประทานยาบางอย่างโดยเฉพาะยาแก้ปวด นักดำน้ำที่ชอบดำน้ำลึกๆ เป็นเวลานานๆ,มีความผิดปกติเกี่ยวกับรูปร่างของตัวข้อสะโพกมาแต่กำเนิด,อุบัติเหตุที่ทำให้ข้อสะโพกแตกหักหรือหลุดทำให้ตัวหัวกระดูกข้อสะโพกขาดเลือดมาเลี้ยง

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด เปลี่ยนข้อสะโพก (Total Hip Replacement)
1. ทุพพลภาพจนมีความเดือดร้อนในการใช้ชีวิตประจำวัน
2. มีอาการปวดมาก รักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น
3. รักษาแบบอนุรักษ์ เช่น ลดน้ำหนัก ทานยา และ/หรือฉีด steroid เข้าข้อเป็นเวลา 6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น
4. มีการใช้ยาแก้ปวดบรรเทาอาการปวดจนเกิดโรคแทรกซ้อนเกิดการตกเลือดในทางเดินอาหาร
5. กระดูกต้นขาส่วนคอหักในผู้ป่วยอายุมากกว่า 60 ปี

(ยกเว้นกรณีเกิดจากอุบัติเหตุจราจร) และมีภาวะข้อสะโพกเสื่อมร่วมด้วย

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด แก้ไขข้อสะโพกเทียม (Revision of Hip Replacement)
1. มีภาวะแทรกซ้อนจากการเปลี่ยนข้อเทียม เช่น ข้อหลวม เคลื่อน ติดเชื้อ
2. มีอาการปวดมากภายหลังการเปลี่ยนข้อเทียม

.....................................................................

C01 การผ่าตัดไส้เลื่อนในเด็ก (Herniorrhaphy ,Herniotomy)

โรคไส้เลื่อนขาหนีบ (Inguinal hernia)

ไส้เลื่อนขาหนีบ คือภาวะที่อวัยวะในช่องท้องเลื่อนลงไปในส่วนถุงของเยื่อบุช่องท้องซึ่งยื่นออกมาตรงขาหนีบ

อาการของเด็กที่เป็นไส้เลื่อน จะมีประวัติว่ามีก้อนบริเวณเหนือขาหนีบและข้างหัวเหน่าเข้าๆ ออกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเบ่ง ไอ หรือร้องให้ ก้อนที่ออกมาจะยุบหายไปหมดเมื่อเด็กนอนหลับ การตรวจร่างกายจะพบว่ามีก้อนออกมาหลังการเบ่ง สังเกตเห็นว่าเป็นก้อนนูนจากข้างหัวเหน่าลงไปในถุงอัณฑะในผู้ชายหรือข้างหัวเหน่าในผู้หญิง ตรวจร่างกายจะเป็นก้อนลักษณะยืดหยุ่น คลำได้เป็นลำดันกลับเข้าไปในช่องท้องได้

อันตรายที่สำคัญที่สุดของไส้เลื่อนก็คือไส้เลื่อนขาหนีบติดคา ซึ่งหมายถึงภาวะที่มีอวัยวะในช่องท้องซึ่งในเพศชายมักจะเป็นลำไส้เล็กและถ้าเป็นในเพศหญิงมักจะเป็นรังไข่ ท่อนำไข่ หรือลำไส้เล็ก เข้ามาติดคาอยู่ในถุงไส้เลื่อน

เมื่อมีอวัยวะออกมาติดคาในถุงไส้เลื่อนแล้ว การไหลเวียนโลหิตของอวัยวะนั้นก็จะถูกรบกวน ทำให้อวัยวะนั้นขาดเลือด เกิดการเน่าตายได้

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. แก้ไขความผิดปกติแต่กำเนิด

....................................................................

D01 การคลอดการช่วยคลอด ( Normal delivery,Vacuum/Forcefs/Breech extraction )

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. ครรภ์ครบกำหนดและเจ็บครรภ์คลอด (Labor in term pregnancy)
2. การเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดที่ยับยั้งไม่อยู่ (Uninhibited labor of preterm pregnancy)
3. การกระตุ้นคลอดกรณีครรภ์เกินกำหนด (Termination of post term pregnancy)

....................................................................

D02 การผ่าตัดคลอด (Cesarean section)

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดคลอด
1. เคยได้รับการผ่าตัดมดลูก เช่น ผ่าตัดคลอด ,ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก
2. ครรภ์แฝด (Multiple pregnancy)
3. การตกเลือดก่อนคลอด เช่น รกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด
4. ทารกอยู่ในท่าผิดปกติ เช่น ท่าก้น (Breech presentation),ท่าขวาง
5. ภาวะผิดสัดส่วนระหว่างศรีษะทารกและอุ้งเชิงกรานมารดา(CPD)
6. ทารกอยู่ในภาวะเครียด (Fetal Distress)
7. ภาวะสายสะดือย้อย (Umbilical cord prolapsed)
8. การติดเชื้อที่ไม่เหมาะสมสำหรับการให้คลอดทางช่องคลอด เช่น เชื้อเริมในช่องทางคลอด
9. การขวางกั้นช่องคลอดจากก้อนเนื้องอก เช่น เนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่
10. ความผิดปกติของการหดรัดตัวของมดลูกที่แก้ไขแล้วไม่เป็นผล
11. กระดูกเชิงกรานหักหรือความผิดปกติของช่องทางคลอด ซึ่งอาจเป็นโดยกำเนิดหรืออุบัติเหตุ
12. ภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรงที่จำเป็นต้องให้คลอดโดยเร็ว

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดคลอดและทำหมัน
1. เคยได้รับการผ่าตัดมดลูก เช่น ผ่าตัดคลอด ,ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก
2. ครรภ์แฝด (Multiple pregnancy)
3. การตกเลือดก่อนคลอด เช่น รกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด
4. ทารกอยู่ในท่าผิดปกติ เช่น ท่าก้น (Breech presentation),ท่าขวาง
5. ภาวะผิดสัดส่วนระหว่างศรีษะทารกและอุ้งเชิงกรานมารดา(CPD)
6. ทารกอยู่ในภาวะเครียด (Fetal Distress)
7. ภาวะสายสะดือย้อย (Umbilical cord prolapsed)
8. การติดเชื้อที่ไม่เหมาะสมสำหรับการให้คลอดทางช่องคลอด เช่น เชื้อเริมในช่องทางคลอด
9. การขวางกั้นช่องคลอดจากก้อนเนื้องอก เช่น เนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่
10. ความผิดปกติของการหดรัดตัวของมดลูกที่แก้ไขแล้วไม่เป็นผล
11. กระดูกเชิงกรานหักหรือความผิดปกติของช่องทางคลอด ซึ่งอาจเป็นโดยกำเนิดหรืออุบัติเหตุ
12. ภาวะครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรงที่จำเป็นต้องให้คลอดโดยเร็ว
13. ต้องการคุมกำเนิดถาวร (Permanent Contraception)

......................................................................

D051 การตัดเนื้องอกมดลูก ( Myomectomy )

โรคเนื้องอกที่มดลูก ( Myoma uteri)

เป็นเนื้องอกธรรมดาของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่พบบ่อย ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ

อาจตรวจพบขณะทำการตรวจภายในประจำปี อาการที่อาจพบได้แก่ คลำได้ก้อนบริเวณท้องน้อย เลือดออกผิดปกติ อาการจากการกดอวัยวะข้างเคียง เช่น ปัสสาวะบ่อยหรือปัสสาวะไม่ออก ท้องผูก มีบุตรยาก ในผู้ป่วยที่ก้อนเนื้องอกไม่โตมาก และไม่มีอาการผิดปกติ อาจไม่ต้องให้การรักษาใดๆ เพียงแต่คอยติดตามการเปลี่ยนแปลงของขนาดเนื้องอก โดยเฉพาะในสตรีที่อายุใกล้หมดระดู เพราะหลังจากหมดระดูก้อนเนื้องอกจะมีขนาดเล็กลง

การรักษาโดยการผ่าตัด อาจจะเป็นการตัดเอาเฉพาะก้อนเนื้องอกออก (Myomectomy) หรือตัดมดลูกออกทั้งหมด (Hysterectomy) ซึ่งจะเลือกชนิดการผ่าตัดแบบใดนั้น มักจะต้องคำนึงถึง ขนาด ตำแหน่ง จำนวนของเนื้องอกมดลูก ตลอดจนความร้องการมีบุตรของผู้ป่วยมากประกอบการพิจารณา

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. ก้อนในมดลูกมีขนาดใหญ่ (Uterus size >12 wk size of gestation)
2. มีเลือดระดูออกผิดปกติ เช่น ออกมาก ออกเป็นเวลานาน
3. อาการกดเบียดอวัยวะข้างเคียง (Urinary/Fecal obstruction)

...................................................................

D061 การผ่าตัดถุงรังไข่ (Ovarian Cystectomy)

โรค ถุงน้ำรังไข่ ( Ovary cyst)

ถุงน้ำหรือซีสต์ อาจเกิดจากถุงไข่ใหญ่ผิดปกติ หรือว่าไข่ไม่ตก กลายเป็นการสะสมเป็นถุงน้ำ หรือเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกไหลย้อนกลับไปที่รังไข่ แล้วไปเจริญผิดที่อยู่ในรังไข่กลายเป็นถุงน้ำเรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ หรือถุงน้ำรังไข่ที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด

เนื่องจากเวลาอยู่ในครรภ์จะมีเซลล์ในการที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นผมบ้างเป็นฟันบ้าง ไปเกิดอยู่ในตำแหน่งรังไข่พอดี เป็นการตกค้าง เมื่อคลอดออกมาเซลล์นั้นก็เจริญเติบโตต่อไป กลายเป็นถุงเนื้องอกรังไข่ หรือถุงน้ำรังไข่ ที่มีผม มีขน มีไขมันอยู่ 

ถุงน้ำรังไข่ส่วนใหญ่จะเป็นถุงเล็ก ๆ (ไม่เกิน 3-4 เซ็นติเมตร) มักไม่มีอาการอะไร แต่ถ้ามีอาการบิดที่ขั้ว ถุงแตกหรือมีเลือดออกก็จะทำให้มีอาการปวด ลักษณะปวดเสียด ปวดบิด หรือปวดถ่วงได้ อาจทำให้เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

ถ้าถุงน้ำมีขนาดโต ก็อาจจะคลำก้อนได้ในท้อง หรืออาการที่เบียดกดอวัยวะอื่นๆ เช่น ปวดท้องน้อย ถ่ายปัสสาวะบ่อย หรือ ถ่ายอุจจาระลำบาก เป็นต้น

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. ถุงน้ำขนาดใหญ่กว่า 5 ซม
2. ถุงน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้นเร็วภายใน 3 เดือน
3. มีอาการปวดมาก จนไม่สามารถที่จะทำงานปกติได้
4. มีภาวะแทรกซ้อน เช่น หมุนบิดขั้ว (Twist)แตก (Rupture)

..................................................................

E01 การผ่าตัดนิ่วทางเดินปัสสาวะ

โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

นิ่วในท่อไต เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะที่พบได้บ่อย เกิดในไตแล้วหลุดลงมาในท่อไต เป็นเหตุหนึ่งของการที่ผู้ป่วยต้องมาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล เพราะมักทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงกะทันหัน ถ้านิ่วมีขนาดเล็กมักจะเลื่อนหลุดออกมากับปัสสาวะและผู้ป่วยจะถ่ายนิ่วออกมาในที่สุด แต่นิ่วขนาดใหญ่จะหลุดเองได้ยาก นิ่วที่อุดท่อไตทำให้เกิดไตบวม (Hydronephrosis) และถ้าทิ้งไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ไตข้างนั้นเสียไปอย่างถาวรในที่สุด

อาการของผู้ป่วยส่วนมากคือ มีอาการปวดเฉียบพลันบริเวณเอวด้านหลัง ร้าวมาทางด้านหน้า ต่อมาร้าวลงมาที่หน้าขา อาการปวดมาก ผู้ป่วยจะไม่อยู่นิ่ง และอาการปวดจะอยู่นานร่วมชั่วโมง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตื้อที่บริเวณเอวด้านหลังด้วยเนื่องจากมีไตบวมฉับพลัน ( Acute hydronephrosis)

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด การผ่าตัดขบนิ่วโดยเจาะผ่านผิวหนังและเนื้อไต (Percutaneous ephrolithotripsy ; PCNL)
1. นิ่วในไตขนาดใหญ่กว่า 2 ซม.
2. นิ่วในท่อไตส่วนบน

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด การผ่าตัดนิ่วท่อไต (Ureterolithotomy)
1. เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Renal Failure) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ
2. เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะแบบรุนแรงอย่างเฉียบพลัน (Acute severe infection) ซึ่งเป็นหรือไม่ตอบสนองต่อยา
ปฏิชีวนะใน 24 ชม.
3. นิ่วขนาดใหญ่กว่า 1 ซม.
4. มีการเปลี่ยนแปลงที่ไต คือมีภาวะไตบวม (Hydronephrosis) มากอยู่แล้วในตอนต้น
5. อาการปวด ซึ่งรบกวนการทำงาน และไม่ตอบสนองต่อยา

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด การนำนิ่วท่อไต/กรวยไตออกทางท่อปัสสาวะด้วยกล้อง (URS)
1. เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Renal Failure) ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ
2. เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะแบบรุนแรงอย่างเฉียบพลัน (Acute sevsre infection) ซึ่งเป็นหรือไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะใน
24 ชม.
3. นิ่วขนาดใหญ่กว่า 1 ซม.
4. มีการเปลี่ยนแปลงที่ไต คือมีภาวะไตบวม (Hydronephrosis) มากอยู่แล้วในตอนต้น
5. อาการปวด ซึ่งรบกวนการทำงาน และไม่ตอบสนองต่อยา

..............................................................

E02 การผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านกล้อง (TURP)

โรคต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hypertrophy)

โรคต่อมลูกหมากเป็นโรคที่พบในชายอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป อาการเริ่มแรกของอาการโรคต่อมลูกหมากโต คือ อาการปัสสาวะบ่อย และอาการกลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่และเมื่อการดำเนินของโรคมากขึ้น อาการของปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะต้องเบ่งใช้เวลานานกว่าจะปัสสาวะหมดก็จะค่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดอาจจะปัสสาวะไม่ออก

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ มีปัสสาวะเป็นเลือด เพราะเส้นเลือดของต่อมลูกหมากแตกเนื่องจากจำเป็นต้องเบ่งปัสสาวะ ปัสสาวะไม่ออก มีการคั่งค้างของน้ำปัสสาวะ เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ อาจจะมีนิ่วเกิดขึ้นในกระเพาะปัสสาวะ หรือเกิดการเสื่อมของไตได้

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. ปัสสาวะลำบากจนรบกวนต่อชีวิตประจำวัน
2. ปัสสาวะไม่ออก (Retention of urine)
3. ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะเป็นๆหายๆ
4. ปัสสาวะเป็นเลือด (Hematuria)
5. นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
6. ไตเสื่อมหน้าที่จากปัสสาวะคั่ง ( Renal deterioration)

............................................................

G01 การผ่าตัดต้อกระจก (Cataract surgery)

โรคต้อกระจก ( Cataract ) 

ต้อกระจก หมายถึง ภาวะที่เลนส์แก้วตามีความขุ่นมัว ซึ่งมีหลายสาเกตุ เช่น จากอายุที่มากขึ้น, ยา (เช่นสเตียรอยด์) ,การรับรังสี ,โรคทุโภชนาการ ,โรคทางพันธุกรรมบางอย่าง

อาการทั่วไปของผู้เป็นต้อกระจก คือ
1. ตามัวลง ระยะแรกสายตาจะมัวลงช้าๆ เหมือนมีหมอกมาบัง และเริ่มรบกวนการปฏิบัติภารกิจประจำวัน เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือแต่ไม่มีอาการปวดตา อาการตามัวนั้นจะเป็นมากขึ้นเวลามองวัตถุในที่ที่มีแสงจ้าหรือกลางแดด และจะเห็นได้ชัดเจนกว่าในที่ที่มีแสงสว่างน้อยหรือที่สลัว และในบางรายเมื่อมองแสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทางมาในตอนกลางคืนจะเกิดตาพร่ามัวหรือภาพซ้อน โดยอาการตามัวนั้นจะค่อยๆ เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจถึงขั้นมองเห็นเป็นเพียงเงาเคลื่อนไหว
2. การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็น 'สายตาสั้น'มากขึ้น (myopic shift) คือการมองไกลจะไม่ค่อยชัดและการมองระยะใกล้จะชัดเจนกว่า พบในต้อกระจกบางประเภท ถ้าทิ้งไว้โดยไม่ได้รักษาด้วยการผ่าตัดอย่างเหมาะสมในระยะเวลาที่สมควรอาจเกิดอาการแทรกซ้อนขึ้น เช่น ปวดตาอย่างรุนแรง และลุกลามกลายเป็นต้อหินเฉียบพลัน หรือม่านตาอักเสบ ซึ่งถ้ารักษาไม่ทันอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดในที่สุด

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. การมองเห็นลดลงจนเป็นอุปสรรคในการดำรงชีพ โดยคำนึงถึงระดับสายตา ชนิดของต้อกระจกและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแต่ละราย
2. ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากต้อกระจก เช่น ต้อหิน (phakomorphic glaucoma,phakolytic glaucoma) เป็นต้น
3. มีความจำเป็นที่จะตรวจรักษารอยโรคในจอประสาทตา และต้อกระจกบดบังทำให้ไม่สามารถตรวจและให้การรักษาได้

...............................................................

 H03 การผ่าตัดเส้นเลือดสำหรับการฟอกเลือดล้างไต

โรคไตวายเรื้อรัง (Chronic Renal Failure)

เมื่อไตวายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ก็จะมีของเสียคั่ง ร่างกายไม่สามารถควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกายได้ วิธีการรักษาที่เป็นที่ยอมรับกันขณะนี้ คือ การขจัดของเสียทางช่องท้อง (การล้างท้อง) ,การรักษาด้วยเครื่องไตเทียม (การฟอกเลือด) และการปลูกถ่ายไต (การเปลี่ยนไต)

การฟอกเลือดล้างไตต้องมีการเตรียมเส้นเลือดโดยการต่อเชื่อมหลอดเลือดแดงและดำเข้าด้วยกัน จุดประสงค์ก็เพื่อให้มีแรงดันในหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดเทียมสูงขึ้น จะได้นำเลือดเข้าสู่เครื่องไตเทียมเพื่อฟอกเลือดโดยกรองของเสียออกจากเลือด เปลี่ยนจากเลือดเสียให้เป็นเลือดดี ส่งกลับเข้าสู่ผู้ป่วย

การผ่าตัดเพื่อเชื่อมต่อหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำที่บริเวณข้อมือหรือข้อพับศอกหรือท้องแขน มีทั้งแบบไม่ใช้หลอดเลือดเทียม ( AV shunt ) และแบบใส่หลอดเลือดเทียม ( AVG)

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
1. การเตรียมเส้นเลือดสำหรับการฟอกเลือด (Hemodialysis)