บทความทางการแพทย์
อากาศร้อน ระวังโรคลมแดด

โรคลมแดด...Heat Stroke เดือนเมษายนเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงที่สุด ใครๆต่างรอคอยวันสงกรานต์เพราะจะได้เล่นน้ำคลายร้อนกัน แต่ถึงแม้จะเป็นประเพณีที่สนุกสนานของคนไทย ก็อย่ามัวสนุกจนลืมดูแลสุขภาพ การเล่นน้ำสงกรานต์ทำให้เราต้องตากแดดทั้งวัน อาจจะทำให้เกิดโรคลมแดดได้ 

โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke)
เป็นภาวะวิกฤตของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ เกิดจากการได้รับความร้อนมากเกิน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลัง เล่นกีฬา หรืออยู่ในภาวะอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน อาจเกิดขึ้นได้แม้ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง ความผิดปกติที่รุนแรงมากที่สุด คือ ทำให้สมองไม่ทำงานไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น ระบบประสาทส่วนกลาง การทำงานของตับและไต รวมทั้งสูญเสียความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ปกติร่างกายมนุษย์ต้องปรับอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ ระหว่าง 36.5-37 องศาเซลเซียส ความร้อนทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ หากเกิน 40 องศาเซลเซียส ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องให้การรักษาอย่างรีบด่วน เนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิต 17-70 เปอร์เซ็นต์


อาการของโรคลมแดด
อาการของโรคลมแดดมี 2 รูปแบบ คือ
• แบบอ่อนๆ เช่น เวลาอยู่กลางแดดนานๆ จะรู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด เป็นลม แต่ยังรู้สึกตัวอยู่ หากได้นั่งพักในที่ร่ม อากาศถ่ายเท หรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ดื่มน้ำเย็นหรือเช็ดตัว อาการก็จะดีขึ้น
• แบบรุนแรง จะมีอาการตัวร้อนจัด เหงื่อไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เป็นลม ซึ่งในบางรายอาจเสียชีวิตได้ โดยอาการแบบรุนแรงนี้อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากเริ่มมีอาการแบบอ่อนๆ แต่ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง หรือบางครั้งอาจเกิดขึ้นเองโดยตรงก็ได้


การปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมแดด
1. หากมีอาการร้อน คลื่นไส้ เวียนศีรษะ มีเหงื่อออกผิดสังเกต มีอาการงง พูดช้าลง เลอะเลือน การเคลื่อนไหวช้าลง โซเซ ควรพาผู้ป่วยไปพักในที่ร่มทันที
2. เปิดเครื่องปรับอากาศ และใช้น้ำเย็นเช็ดตัวให้ผู้ป่วย เนื่องจากอาการในช่วงนี้จะคืบหน้าไปสู่อาการแบบรุนแรงอย่างรวดเร็ว
3. จัดท่านนอนของผู้ป่วยให้เท้ายกสูงขึ้นกว่าศีรษะ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้
4. หากไม่รู้สึกตัวให้จับนอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่ง ระวังอย่าให้มีเศษอาหารอยู่ในปากและอย่าให้ผู้ป่วยจิบน้ำ เพราอาจสำลักเข้าหลอดลมได้
5. หลังการปฐมพยาบาล 15 นาที ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น ถ้ายังไม่ดีขึ้นควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

* การปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีตั้งแต่ต้นจะลดโอกาสเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงลงไปได้ *

การดูแลตนเองเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดด
1. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แดดจัดเป็นเวลานาน พยายามอยู่ในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทได้ดี มีลมพัด/มีพัดลม ใช้พัดช่วย หรือใช้เครื่องปรับอากาศ
2. หากรู้ว่าตนเองจะต้องออกไปอยู่กลางแดด ควรสวมเสื้อแขนยาว เสื้อผ้าหลวม หรือผ้าที่ระบายอากาศได้ดี สวมหมวกปีกกว้าง ใส่แว่นตากันแสงแดด และควรทาครีมกันแดดด้วย เพราะนอกจากแสงแดดจะเป็นสาเหตุของโรคลมแดดแล้ว ยังเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
3. ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้านในวันที่มีอากาศร้อนจัด และหากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือออกกำลังกลางสภาพอากาศร้อน ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม หรือถ้าทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว และหากเหงื่อออกมากและเริ่มเพลีย อาจต้องดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ
4. หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬา หรือการออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากในช่วงอากาศร้อน
5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้เพิ่มการขับน้ำทางปัสสาวะ ทำให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่มากขึ้น
6. หากอยู่ท่ามกลางแสงแดดแล้วรู้สึกตัวว่ามีอาการเหงื่อออกมาก เวียนศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ควรรีบหลบเข้าไปอยู่ในที่ร่มทันที แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันตัว